ข้อความต้นฉบับในหน้า
โอวาทพระเดชพระคุณ
พระวิสุทธิวงศาจารย์
กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะภาค ๗
รองเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ
วันที่ ๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๘
ต้องขออนุโมทนากับท่านเจ้าคุณพระเทพญาณมหามุนี เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ที่ได้
สืบสานวิชชาธรรมกายจากหลวงพ่อวัดปากน้ำ แล้วได้มาดำเนินการต่อ
ถ้าจะเปรียบกับลูกซึ่งมี ๓ จำพวก คือ ลูกจำพวกที่ ๑ อภิชาตบุตร จำพวกที่ ๒
อนุชาตบุตร จำพวกที่ ๓ อวิชาตบุตร ท่านเจ้าคุณพระเทพญาณมหามุนีอยู่ในลักษณะอนุชาตบุตร
และอภิชาตบุตร ที่ได้สืบทอดวิชชาธรรมกายมาจากหลวงพ่อวัดปากน้ำ ด้วยเดชะอำนาจแห่ง
บารมีธรรม จึงทําให้ท่านเจ้าคุณพระเทพญาณมหามุนีได้เจริญในพระพุทธศาสนา
ปฏิปทาของท่านเจ้าคุณพระเทพญาณมหามุนี เท่าที่อาตมาได้สัมผัสมาก็เหมือนหลวงพ่อ
วัดปากนํ้า หลวงพ่อวัดปากน่าตั้งแต่บวชมา ท่านก็ทําความเพียรเรื่อยมา จนกระทั่งสุขภาพร่างกาย
ของท่านทรุดโทรมไปตามกาลเวลา แต่ท่านก็ไม่หยุดจากการเผยแผ่พระศาสนา เฉกเช่นเดียวกัน
กับพระเทพญาณมหามุนีในตอนนี้
ตอนหลวงพ่อวัดปากนํามาบวชนั้นยังไม่มีกายธรรม แต่เมื่อประพฤติปฏิบัติมาแล้ว กายธรรม
ก็เกิดขึ้น ณ สถานที่แห่งนี้ คือ วัดโบสถ์บน บางคูเวียง ที่หลวงพ่อทำความเพียรมาสม่ำเสมอ ตั้งแต่
ออกจากโบสถ์วัดสองพี่น้อง แล้วก็ไปอยู่ที่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม
ปริยัติหลวงพ่อก็เรียน ปฏิบัติหลวงพ่อก็ทำ ดังนั้นทั้งปริยัติและปฏิบัตินี้ ถ้าจะเทียบกันแล้ว
ก็ไม่มีใครที่จะเทียบเท่า นอกจากพระอริยะทั้งหลาย หลวงพ่อจะเป็นอริยะหรือไม่เป็นอริยะก็ตาม
แต่ปฏิปทาของหลวงพ่อนั้น เป็นคนพูดจริง ทำจริง และปฏิบัติจริง และสอนให้สัทธิวิหาริกที่เป็น
พระบ้าง อันเตวาสิกที่มาอาศัยอยู่ภายใต้บารมีธรรมของท่าน และศรัทธาสาธุชนทั้งหลายทั้งปวง
ท่านแผ่เมตตาให้เหมือนกันหมด เหมือนกับลูกที่เกิดในอุทร ไม่เลือกที่รักผลักที่ชัง ทำดีก็สรรเสริญ
ถ้าทำผิดก็ลงโทษ นี้เป็นปฏิปทาของหลวงพ่อที่ได้ประพฤติปฏิบัติมา
๒๔ อยู่ในบุญ มีนาคม ๒๕๕๘
24