การตอบคำถามและการวิพากษ์วิจารณ์ วารสารอยู่ในบุญ EU ปี 2558 ต้นทาง 476 เดือนมีนาคม หน้า 87
หน้าที่ 87 / 186

สรุปเนื้อหา

กลุ่มที่สอง เขาถามด้วยความเข้าใจผิด เราก็อาศัยหลักวิชาแก้ไขให้เข้าใจถูก ส่วนกลุ่มที่สาม เขาถามด้วยความจับผิด ถ้าพิจารณาดูแล้ว เขาไม่ได้ต้องการเหตุผล ไม่ต้องการหลักวิชาอะไร ในสถานการณ์แบบนี้ เราก็อย่าไปโกรธ อย่าไปต่อล้อต่อเถียงด้วย เพราะ ไม่เกิดประโยชน์ เพราะเรื่องบางอย่างต้องให้เวลากัน ถึงจะเกิดความเข้าใจ ประการสำคัญก็คือ เราต้องถือว่าผู้ที่กำลังวิพากษ์วิจารณ์เราอยู่นี้ เป็นผู้ที่มีความห่วงใย ในพระพุทธศาสนา เราจึงไม่มีความจําเป็นต้องโกรธใคร เรามีหน้าที่เพียงอธิบายตามหลักวิชา ทีคุณครูไม่ใหญ่ (หลวงพ่อธัมมชโย) สอนไว้ คืออธิบายด้วยท่าทางที่สุภาพ ด้วยถ้อยค่าที่น่าฟัง ด้วยใจที่นิ่ง ๆ นุ่ม ๆ เบา ๆ มีความชุ่มเย็นอยู่ภายใน แต่ถ้าเราอธิบายจบแล้ว นอกจากเขาไม่เข้าใจ เขายังจับผิดเพิ่มอีกด้วย ก็ให้ยึดหลัก

หัวข้อประเด็น

- การตอบคำถามและการวิพากษ์วิจารณ์

ข้อความต้นฉบับในหน้า

กลุ่มที่สอง เขาถามด้วยความเข้าใจผิด เราก็อาศัยหลักวิชาแก้ไขให้เข้าใจถูก ส่วนกลุ่มที่สาม เขาถามด้วยความจับผิด ถ้าพิจารณาดูแล้ว เขาไม่ได้ต้องการเหตุผล ไม่ต้องการหลักวิชาอะไร ในสถานการณ์แบบนี้ เราก็อย่าไปโกรธ อย่าไปต่อล้อต่อเถียงด้วย เพราะ ไม่เกิดประโยชน์ เพราะเรื่องบางอย่างต้องให้เวลากัน ถึงจะเกิดความเข้าใจ ประการสำคัญก็คือ เราต้องถือว่าผู้ที่กำลังวิพากษ์วิจารณ์เราอยู่นี้ เป็นผู้ที่มีความห่วงใย ในพระพุทธศาสนา เราจึงไม่มีความจําเป็นต้องโกรธใคร เรามีหน้าที่เพียงอธิบายตามหลักวิชา ทีคุณครูไม่ใหญ่ (หลวงพ่อธัมมชโย) สอนไว้ คืออธิบายด้วยท่าทางที่สุภาพ ด้วยถ้อยค่าที่น่าฟัง ด้วยใจที่นิ่ง ๆ นุ่ม ๆ เบา ๆ มีความชุ่มเย็นอยู่ภายใน แต่ถ้าเราอธิบายจบแล้ว นอกจากเขาไม่เข้าใจ เขายังจับผิดเพิ่มอีกด้วย ก็ให้ยึดหลักวิชาที่ พระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำสั่งไว้ว่า “ไม่สู้ ไม่หนี ทำดีเรื่อยไป” นั่นคือเราต้องปล่อยวาง ต้อง วางอุเบกขา อย่าไปเสียเวลาทะเลาะกับใคร แล้วก็ตั้งหน้าตั้งตาทำความดีของเราต่อไป คุณของพระสงฆ์ที่มีต่อสังคมโลก ในการเดินธุดงค์ธรรมชัย ก็มีคำถามจากผู้ที่ไม่เข้าใจเกิดขึ้นมากมาย โดยเฉพาะคำถามที่ว่า พระธุดงค์มาเดินกลางเมืองหลวงให้คนโปรยดอกไม้แบบนี้เป็นการปฏิบัติที่ถูกต้องตามร่องรอยใน พระพุทธศาสนาหรือไม่ สำหรับคำตอบของเรื่องนี้ ประเด็นอยู่ที่ “คุณของพระสงฆ์” ที่มีต่อสังคมโลกนั้นคืออะไร คุณ แปลว่า ความดีที่มีประจำอยู่ในสิ่งนั้น ๆ คุณของพระสงฆ์ จึงแปลว่า ความดีที่มีอยู่ประจำตัวพระสงฆ์ การที่พระสงฆ์จะมีคุณความดีบังเกิดขึ้นประจำตนได้ ต้องมีความรับผิดชอบในหน้าที่ ๒ ประการ หน้าที่ข้อที่ ๑ คือ ปฏิบัติชอบตามคำสอนของพระพุทธเจ้า d หน้าที่ข้อที่ ๒ คือ สอนผู้อื่นให้รู้ตาม การจะทําหน้าที่ข้อแรกได้ ก็ต้องเรียนด้วยและปฏิบัติตามให้ได้ด้วย จากนั้นจึงจะน่าสิ่งที่ ฝึกได้ไปสอนผู้อื่นให้รู้ตาม ไม่ว่าจะบวชช่วงสั้นหรือช่วงยาว เมื่อบวชเข้ามาแล้ว ก็ต้องทำหน้าที่นี้ ให้ได้ เพราะถือเป็นความรับผิดชอบต่อพระพุทธศาสนาของพระสงฆ์ทุกรูป ชาวพุทธจำเป็นต้องรู้เรื่องนี้ ถ้าชาวพุทธไม่รู้เรื่องนี้จะเป็นอันตราย อันตรายทั้งต่อการทำ หน้าที่ของพระสงฆ์เองด้วย และอันตรายต่อการรับผิดชอบพระพุทธศาสนาร่วมกันด้วย การสอนผู้อื่นให้รู้ตามของพระสงฆ์ การสอนผู้อื่นให้รู้ตาม มี ๒ วิธี คือ บอกให้รู้ และ ทำให้ดู พระภิกษุที่บวชในระยะยาว กว่าจะฝึกให้เทศน์ได้ ก็ต้องใช้เวลา ๕-๑๐ พรรษา แต่พระบวช ใหม่ เพิ่งจะเรียนธรรมะได้ไม่กี่วัน ยังขึ้นธรรมาสน์เทศน์สอนไม่ได้ แถมบางรูปพอครบพรรษาแล้ว ก็มีภาระทางโลกจะต้องสึกออกไปอีก แล้วจะทำอย่างไรเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ญาติโยมที่ใส่บาตร บำรุงเลี้ยงอยู่ทุกวัน มีนาคม ๒๕๕๘ อยู่ในบุญ ๘๕
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More