ข้อความต้นฉบับในหน้า
ดวงดาวสว่างนั้นไปเรื่อย ๆ ก็ทำตามได้อย่างง่าย ๆ เมื่อพระอาจารย์ถามผลการปฏิบัติธรรม มี
ๆ
คนตอบว่า สบายเหมือนบินได้ แถมยังเห็นดวงดาวกันถ้วนหน้า บางคนบอกว่า เหมือนไม่มีตัวเอง
อยู่ตรงนี้เลย หลังจากนั้นพระอาจารย์ก็ปิดท้ายด้วยเรื่องพระคุณพ่อแม่
เลิกกิจกรรมแล้ว มีคุณแม่พาลูกสาวมาขอพร บอกว่าลูกเป็นโรคลมชัก พระอาจารย์เลยให้
นึกถึงความดีที่ทำมา และสวดให้พร เขาปลื้มขนาดร้องไห้เลยทีเดียว
ภารกิจวันต่อมา ทีมงานกลับไปที่มหาวิทยาลัยเทคเลนิโออีกครั้ง
รอบนี้มีนักศึกษามหาวิทยาลัยและผู้ปกครองมาร่วมกิจกรรม ๑๖๐ คน พระอาจารย์อธิบาย
ถึงความสําคัญของสมาธิว่าช่วยแก้ปัญหาการเรียนและชีวิตได้อย่างไร หลังจากนั้นนำนั่งสมาธิ
๔๕ นาที ส่วนใหญ่มีประสบการณ์ที่ดี มีคนหนึ่งถามว่า นั่งไปสักพักรู้สึกตัวขยายแล้วก็หดลง
เขาทำผิดหรือไม่ ส่วนอีกคนถามว่า นั่งแล้วเห็นแสงสว่างภายใน มีความสุข แล้วแสงก็หายไป
เป็นความมืดแทน เขาทำผิดไหม ต้องทำอย่างไรต่อ
ค่ำวันนี้ ไปจัดกิจกรรมที่ศูนย์โยคะ มีคนเข้าร่วมกิจกรรม ๑๐ คน ส่วนใหญ่หน้าตาเคร่งเครียด
พระอาจารย์นำนั่งนานถึง ๑ ชั่วโมง มีผู้หญิงคนหนึ่งบอกว่า รู้สึกว่าครึ่งตัวล่างหายไป เมื่อเลิกนั่ง
แล้ว พวกเขาขอให้พระอาจารย์สวดให้พรด้วย
วันต่อมาเป็นกิจกรรมที่โรงเรียนไซมอนโบลิวาร์ ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 6 แล้ว
รอบแรกเป็นรอบของนักเรียนประถม ๑๑๐ คน บรรยากาศในโรงเรียนนี้เบิกบานเป็นพิเศษ
เด็กยกมือแย่งกันตอบค่าถามเรื่องสมาธิกับพระอาจารย์กันด้วยความกระตือรือร้น
รอบต่อไปเป็นเด็กมัธยมปลายและผู้ปกครอง ทั้งหมดมีประมาณ ๔๐ คน ที่น่าแปลกคือเด็ก
ดูหน้าตาไม่ค่อยร่าเริง แถมผู้ประสานงานยังขอให้พระอาจารย์ช่วยสอนเรื่องความเคารพด้วย
รอบนี้นั่งสมาธิ ๔๐ นาที บรรยากาศเงียบ ตั้งใจนั่งกันดี ส่วนใหญ่ดูผ่อนคลาย หลายคน
รู้สึกตัวหาย ตัวลอย ตัวขยาย เมื่อพระอาจารย์ถามว่าใครเห็นดวงอาทิตย์ในท้องบ้าง ก็ยกมือ
เกินครึ่ง เรียกว่าไม่ธรรมดาทีเดียว
วันนี้ พระอาจารย์สอนเรื่องความเคารพ ว่ามาจากการมองเห็นความดีของผู้อื่น เริ่มต้นจาก
การเรียนรู้ที่จะเคารพตนเองให้เป็น ด้วยการสร้างความดีให้เกิดขึ้นในตัว เด็กกลุ่มนี้ตั้งใจฟังมาก
75
มีนาคม ๒๕๕๘ อยู่ในบุญ ๒๕