ข้อความต้นฉบับในหน้า
ไปแล้ว ดังนั้นเพื่อไม่ให้เสียสัจจะที่ผมตั้งไว้ ผมคิดว่าผมควรจะรีบบวชเสียดีกว่า ถ้าผมยังคงอยู่เป็น
ฆราวาส ศีล ๘ ของผมคงต้องขาดแน่เลย”
คราวนี้หลวงพ่อก็เริ่มเกิดความเป็นห่วงเขาขึ้นมา เขาเองก็เริ่มรู้ตัวแล้ว จึงต้องช่วยประคับ
ประคองกันไป และให้ความดูแลอย่างใกล้ชิดขึ้น ในที่สุดเขาก็ได้ไปบวชและไปอยู่ทางภาคใต้
ก็เรียบร้อยไปคนหนึ่ง
สำหรับผู้ที่ตั้งสัจจาธิษฐานที่จะรักษาศีล ๘ ตลอดชีวิต และสามารถทำได้ จะได้บุญมหาศาล
ตั้งแต่ เนกขัมบารมี สัจบารมี ศีลบารมี วิริยบารมี ขันติบารมี เรียกว่า กวาดบุญมาเสียมากมาย
ส่วนเจ้าคนที่บอกว่าไม่น่าหลวมตัวตั้งสัจจะถือศีล ๘ ตลอดชีวิตนั้น ตอนนี้ไปเลี้ยงลูกเสียแล้ว
จนเดี๋ยวนี้ยังไม่กล้ามาพบหลวงพ่อเลย คงจะกลัวหลวงพ่อถาม แต่หากพบกันจริง ๆ หลวงพ่อก็คง
ไม่ไปถามอะไรเขาหรอก ตอนนี้เขาไปอยู่ที่จันทบุรี ยังอุตส่าห์มีน้ำใจส่งเงาะมาฝากหลวงพ่อทุกปี
ก็ยังดี แต่นับว่าพลาดไปแล้ว เพราะไม่เชื่อคำเตือนของหลวงพ่อ
หลวงปู่วัดปากน้ำเคยกล่าวเตือนลูกศิษย์ในเรื่องการประมาณกำลังว่ามีได้มีเสีย คือคราวหนึ่ง
ท่านกล่าวเตือนคุณยายทองสุข (มหารัตนอุบาสิกาทองสุข สำแดงปั้น) ซึ่งเป็นครูของคุณยายอาจารย์ฯ
(มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง) ของพวกเรามาก่อน จนกระทั่งคุณยายอาจารย์ฯ เข้าถึงธรรมกาย
แล้ว คุณยายทองสุขจึงพามาปฏิบัติธรรมกับหลวงปู่วัดปากน้ำ
คุณยายทองสุขผู้นี้ปกติเป็นคนใจใหญ่ ทำอะไรเล็ก ๆ ไม่ค่อยเป็น หลวงปู่วัดปากน้ำท่านเห็น
ท่านจึงกล่าวเตือนว่า "สุข ทำอะไรละก็ใหญ่นักมันไม่ดีนะ เดี๋ยวมันเกินกำลังแล้วมันจะโค่น มันจะ
ล่มเสียภายหลัง ทำเล็กนักมันก็ไม่ดี มันไม่เต็มแรง ไม่พอมือเรา ทำแล้วเสียเวลาเปล่า เพราะฉะนั้น
ใหญ่นักก็ไม่เอา เล็กนักก็ไม่เอา ต้องเอาพอดี ๆ”
ดังนั้น การที่เราจะทําสิ่งใดก็ตาม จึงมีทั้งได้และเสีย เราต้องรู้จักที่จะประมาณกำลังให้ดี
มิฉะนั้นจะทําให้เสียงาน คนเราจึงต้องมีพร้อมทั้งสติและปัญญาอย่างสมดุลกัน หากมีแต่ปัญญาแต่
ขาดสติก็นับว่าประมาท หรือมีสติแต่ขาดปัญญาก็จะเป็นพวกที่ระแวงมากเกินไป
หลวงพ่อมีตัวอย่างของผู้ที่มีสติเกินกว่าปัญญาอยู่เรื่องหนึ่ง เรื่องนี้หลวงพ่อไปเห็นมาเมื่อ
ตอนเรียนอยู่ชั้น ม.๗-ม.6 มีอาจารย์อยู่ท่านหนึ่ง ความที่ท่านเรียนวิชาเกี่ยวกับแบคทีเรียมา
อย่างทะลุปรุโปร่ง ท่านจึงกลัวเชื้อโรคมาก จนกระทั่งแทบจะไม่ได้กินไม่ได้นอนดังเช่นคนปกติ วัน
หนึ่งท่านไปซื้อกล้วยหอมมาจากตลาด ลูกโตเหลืองสวยเชียวละ เมื่อปอกกล้วยเสร็จ ท่านจะยังไม่
กิน แต่จะต้องเอากล้วยที่ปอกแล้วมาแช่นําด่างทับทิมเสียก่อน แล้วจึงค่อยน่ามากิน กล้วยเมื่อเอา
ไปแช่น้ำ ก็หมดอร่อยเสียแล้ว โถ...ท่านก็ทนกินไปได้ อย่างนี้เรียกว่าระวังมากเกินไป เป็นประเภท
สติค่าเกิน มีปัญญาเท่าใดก็ไม่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้เต็มที่
พวกเราก็เช่นกัน ให้สำรวจตัวเองด้วย ก่อนที่จะทำอะไรทุกครั้งขอให้เราถามตัวเองก่อนว่า
ที่เราเห็นช่องทางที่จะทำได้เช่นนี้ มีช่องทางเสียอย่างไรบ้าง เพราะทุกสิ่งทุกอย่างย่อมมีทางได้และ
ทางเสีย ถ้าสำรวจดูเห็นว่ามีแต่ทางได้ ไม่มีทางเสียเลย อย่างนี้นับว่าน่ากลัว เพราะแสดงว่าเรา
ชักจะหน้ามืดตามัวแล้ว เห็นแต่ได้ฝ่ายเดียว
มีนาคม ๒๕๕๘ อยู่ในบุญ ๙๕