สติและปัญญา วารสารอยู่ในบุญ EU ปี 2558 ต้นทาง 476 เดือนมีนาคม หน้า 95
หน้าที่ 95 / 186

สรุปเนื้อหา

๒๔. จงเป็นผู้มีพร้อมทั้งสติและปัญญา อีกว่าพวกหนึ่ง มักจะประมาทตนว่า มูลนายโปรดปรานขึ้นแล้วฟุ้งเฟ้อเผลอสติว่าตน เป็นคนวิเศษ ไม่ทันไรก็มีอาการกลับกลายเป็นอย่างอื่นไปก็มีชุม ความเช่นนี้เขาหมายความว่า สติบกพร่อง มีแต่ปัญญาอยู่บ้างก็ทะลวงหลิ่งไปตามความคิด เพราะฉะนั้น ควรจะฝักใฝ่ให้มีทั้งสติ และปัญญาพอ ๆ กัน คำที่กล่าวและเข้าใจกันบางทีดูเป็นหมายความว่าสติและปัญญาความเดียวกัน ถ้าคำเดียวกัน ที่แท้เป็นคนละค่าและคนละความ สติเป็นค่าหนึ่งความหนึ่ง ปัญญาเป็นความหนึ่งคำหนึ่ง ปัญญา คือความคิด สติคือความรู้สึก ดังจะอธิบายเปรียบเทียบว่า ปัญญา คือ ความที่จะกระทํางานใด ๆ ลุล่วงไปข้างหน้าแต่รายเดียว สติ คือ ความเหนี่ยวรั้งพินิจพิเคราะห์เหตุการเสียหายที่จะมีจะเป็นขึ้น ด้วยอาการที่กระทำ ไปนั้น จะมีช่องทางเสียหายอ

หัวข้อประเด็น

- สติและปัญญา

ข้อความต้นฉบับในหน้า

๒๔. จงเป็นผู้มีพร้อมทั้งสติและปัญญา อีกว่าพวกหนึ่ง มักจะประมาทตนว่า มูลนายโปรดปรานขึ้นแล้วฟุ้งเฟ้อเผลอสติว่าตน เป็นคนวิเศษ ไม่ทันไรก็มีอาการกลับกลายเป็นอย่างอื่นไปก็มีชุม ความเช่นนี้เขาหมายความว่า สติบกพร่อง มีแต่ปัญญาอยู่บ้างก็ทะลวงหลิ่งไปตามความคิด เพราะฉะนั้น ควรจะฝักใฝ่ให้มีทั้งสติ และปัญญาพอ ๆ กัน คำที่กล่าวและเข้าใจกันบางทีดูเป็นหมายความว่าสติและปัญญาความเดียวกัน ถ้าคำเดียวกัน ที่แท้เป็นคนละค่าและคนละความ สติเป็นค่าหนึ่งความหนึ่ง ปัญญาเป็นความหนึ่งคำหนึ่ง ปัญญา คือความคิด สติคือความรู้สึก ดังจะอธิบายเปรียบเทียบว่า ปัญญา คือ ความที่จะกระทํางานใด ๆ ลุล่วงไปข้างหน้าแต่รายเดียว สติ คือ ความเหนี่ยวรั้งพินิจพิเคราะห์เหตุการเสียหายที่จะมีจะเป็นขึ้น ด้วยอาการที่กระทำ ไปนั้น จะมีช่องทางเสียหายอย่างไรบ้าง เมื่อพิเคราะห์เห็นทางเสียและขัดข้องอย่างนั้นเช่นนั้น ๆ แล้ว ก็ยับยั้งและแก้ไข เช่นนี้เรียกว่า สติ ๆ เหมือนประหนึ่งว่า ปัญญาเป็นคนที่ ๑ คิดทำาการก่อสร้างหรูหรา ฟุ้งซ่านด้วยอาการต่าง ๆ คนที่ ๒ คือสติพิเคราะห์การที่ทำไปนั้นเห็นดีตลอดปลอดโปร่ง ไม่มีทางเสื่อมเสียที่จะป้องกันรักษา ได้ อย่างนี้ก็นับเป็นดีได้ว่าประกอบพร้อมทั้งสติและปัญญา ถ้าคนที่ ๒ คิดทำไป แต่คนที่ ๒ คิดเห็นทางเสียหายหลายท่า คิดรักษาและป้องกันมิได้ถ้าได้ก็ไม่เท่าที่เสียเช่นนี้ ก็นับว่ามีปัญญา ทำไม่ตลอดยังแตกต่างกันอยู่กับสติ ซึ่งนับว่าสติตริตรองรอบคอบถูกต้อง ถ้าแม้ว่ามีปัญญาคิด จัดการอ้านวยการอันใด ๆ ก็ดี ซึ่งเป็นที่สมควรไม่มีทางเสื่อมเสีย แต่สติขัดขวางไว้ ฤาผัดผ่อน พิจารณายาวเวลาอันควรเกินไป อย่างนี้นับว่าสติมากเกินไป ทำให้เสียหายก็ได้ เพราะฉะนั้น สติและปัญญา ๒ อย่างนี้ ย่อมประกอบกับการใด ๆ จึงจะสำเร็จบริบูรณ์เป็น อันดี แต่ต้องมีเท่า ๆ กันด้วย จึงจะประเสริฐ ปัญญามากกว่าสติเกินไป ก็ทำให้ฟุ้งซ่าน จะรักษา ป้องกันกับกพร่องไม่เพียงพอ ความเสียหายก็บังเกิดมี แม้ว่าสติมากกว่าปัญญาเกินไป ก็เลยกลัวอะไรต่ออะไร วุ่นวายสั่นระรัวกลัวไปหมด เลยทำ อะไรกับเขาไม่ได้ ก็เป็นสิ่งที่ทำให้เสียประโยชน์ที่ควรจะได้ ถ้าทำอะไรไม่ทันเพื่อนเหมือนกัน เหมือนอย่างคนทำและคนรักษา เมื่อทำมากเกินไปนัก การปกครองรักษาก็ไม่พอ ถ้าไม่ทำ อันใดให้พอกับคราวสมัยที่ควร ก็เสียเวลาเสียประโยชน์ โดยอันควรที่พึงจะทำ และจะได้ก็ไม่ได้ กับเขา เพราะฉะนั้น สติและปัญญาอันควรจะมีถ้ำกึ่งกัน การใดจึงจะสำเร็จบริบูรณ์เป็นอันดี คนเราโดยเฉพาะผู้ที่เป็นผู้ใหญ่ จะทำการงานใด ๆ ต้องศึกษาให้ถ่องแท้ถึงข้อดีข้อเสียของงาน เสียก่อน มิฉะนั้นจะไม่สามารถทำงานนั้นให้ก้าวหน้าไปได้ เพราะการงานใด ๆ ก็ตาม ย่อม มีทั้งได้และเสีย แม้กระทั่งการทำบุญ ยกตัวอย่าง เช่น การตักบาตร นน ๆ มีนาคม ๒๕๕๘ อยู่ในบุญ ๙๓
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More