ข้อความต้นฉบับในหน้า
๒๔. จงเป็นผู้มีพร้อมทั้งสติและปัญญา
อีกว่าพวกหนึ่ง มักจะประมาทตนว่า มูลนายโปรดปรานขึ้นแล้วฟุ้งเฟ้อเผลอสติว่าตน
เป็นคนวิเศษ ไม่ทันไรก็มีอาการกลับกลายเป็นอย่างอื่นไปก็มีชุม ความเช่นนี้เขาหมายความว่า
สติบกพร่อง มีแต่ปัญญาอยู่บ้างก็ทะลวงหลิ่งไปตามความคิด เพราะฉะนั้น ควรจะฝักใฝ่ให้มีทั้งสติ
และปัญญาพอ ๆ กัน
คำที่กล่าวและเข้าใจกันบางทีดูเป็นหมายความว่าสติและปัญญาความเดียวกัน ถ้าคำเดียวกัน
ที่แท้เป็นคนละค่าและคนละความ สติเป็นค่าหนึ่งความหนึ่ง ปัญญาเป็นความหนึ่งคำหนึ่ง ปัญญา
คือความคิด สติคือความรู้สึก ดังจะอธิบายเปรียบเทียบว่า
ปัญญา คือ ความที่จะกระทํางานใด ๆ ลุล่วงไปข้างหน้าแต่รายเดียว
สติ คือ ความเหนี่ยวรั้งพินิจพิเคราะห์เหตุการเสียหายที่จะมีจะเป็นขึ้น ด้วยอาการที่กระทำ
ไปนั้น จะมีช่องทางเสียหายอย่างไรบ้าง เมื่อพิเคราะห์เห็นทางเสียและขัดข้องอย่างนั้นเช่นนั้น ๆ
แล้ว ก็ยับยั้งและแก้ไข เช่นนี้เรียกว่า สติ
ๆ
เหมือนประหนึ่งว่า ปัญญาเป็นคนที่ ๑ คิดทำาการก่อสร้างหรูหรา ฟุ้งซ่านด้วยอาการต่าง ๆ
คนที่ ๒ คือสติพิเคราะห์การที่ทำไปนั้นเห็นดีตลอดปลอดโปร่ง ไม่มีทางเสื่อมเสียที่จะป้องกันรักษา
ได้ อย่างนี้ก็นับเป็นดีได้ว่าประกอบพร้อมทั้งสติและปัญญา ถ้าคนที่ ๒ คิดทำไป แต่คนที่ ๒
คิดเห็นทางเสียหายหลายท่า คิดรักษาและป้องกันมิได้ถ้าได้ก็ไม่เท่าที่เสียเช่นนี้ ก็นับว่ามีปัญญา
ทำไม่ตลอดยังแตกต่างกันอยู่กับสติ ซึ่งนับว่าสติตริตรองรอบคอบถูกต้อง ถ้าแม้ว่ามีปัญญาคิด
จัดการอ้านวยการอันใด ๆ ก็ดี ซึ่งเป็นที่สมควรไม่มีทางเสื่อมเสีย แต่สติขัดขวางไว้ ฤาผัดผ่อน
พิจารณายาวเวลาอันควรเกินไป อย่างนี้นับว่าสติมากเกินไป ทำให้เสียหายก็ได้
เพราะฉะนั้น สติและปัญญา ๒ อย่างนี้ ย่อมประกอบกับการใด ๆ จึงจะสำเร็จบริบูรณ์เป็น
อันดี แต่ต้องมีเท่า ๆ กันด้วย จึงจะประเสริฐ ปัญญามากกว่าสติเกินไป ก็ทำให้ฟุ้งซ่าน จะรักษา
ป้องกันกับกพร่องไม่เพียงพอ ความเสียหายก็บังเกิดมี
แม้ว่าสติมากกว่าปัญญาเกินไป ก็เลยกลัวอะไรต่ออะไร วุ่นวายสั่นระรัวกลัวไปหมด เลยทำ
อะไรกับเขาไม่ได้ ก็เป็นสิ่งที่ทำให้เสียประโยชน์ที่ควรจะได้ ถ้าทำอะไรไม่ทันเพื่อนเหมือนกัน
เหมือนอย่างคนทำและคนรักษา เมื่อทำมากเกินไปนัก การปกครองรักษาก็ไม่พอ ถ้าไม่ทำ
อันใดให้พอกับคราวสมัยที่ควร ก็เสียเวลาเสียประโยชน์ โดยอันควรที่พึงจะทำ และจะได้ก็ไม่ได้
กับเขา เพราะฉะนั้น สติและปัญญาอันควรจะมีถ้ำกึ่งกัน การใดจึงจะสำเร็จบริบูรณ์เป็นอันดี
คนเราโดยเฉพาะผู้ที่เป็นผู้ใหญ่ จะทำการงานใด ๆ ต้องศึกษาให้ถ่องแท้ถึงข้อดีข้อเสียของงาน
เสียก่อน มิฉะนั้นจะไม่สามารถทำงานนั้นให้ก้าวหน้าไปได้ เพราะการงานใด ๆ ก็ตาม ย่อม
มีทั้งได้และเสีย แม้กระทั่งการทำบุญ ยกตัวอย่าง เช่น การตักบาตร
นน ๆ
มีนาคม ๒๕๕๘ อยู่ในบุญ ๙๓