สถานการณ์พระพุทธศาสนาในยุคปัจจุบัน วารสารอยู่ในบุญ EU ปี 2558 ต้นทาง 476 เดือนมีนาคม หน้า 103
หน้าที่ 103 / 186

สรุปเนื้อหา

จะเป็นไปได้อย่างไร ต้องค่อย ๆ ฝึกไป มีข้อบกพร่อง ผิดพลาด ก็ต้องตักเตือนแก้ไข อบรม กล่อมเกลาฝึกกันไป ทําตามหลักที่พระพุทธเจ้าทรงวางไว้ดีที่สุด มีข้อคิดอย่างไรเกี่ยวกับสถานการณ์พระพุทธศาสนาในยุคปัจจุบัน? ก่อนจะลงรายละเอียดเรื่องนี้ อยากให้เราเห็นภาพใหญ่ ที่มาที่ไป สถานการณ์ การเปลี่ยนแปลง ของคณะสงฆ์ที่ส่งผลเนื่องกัน ถ้าเห็นภาพใหญ่แล้ว เราจะมองออกว่าปัญหาเกิดขึ้นเพราะอะไร คือ เวลามองปัญหาต้องมอง ๒ แบบ มองเฉพาะจุดว่าเรื่องเกิดขึ้นเพราะตัวบุคคล เพราะพระรูปนี้ไปทำอย่างนี้ถึงเกิดเรื่อง ๒. มองแบบภาพใหญ่ คือมองว่าสถานการณ์รวมของคณะสงฆ์เป็นอย่างไร สังคมเป็นอย่างไร แล้วเราจะพบว่าเหตุที่เกิดอาจเป็นแค่ปลายเหตุ พอมองภาพใหญ่เราจะเห็นความเป็นไป ทั้งหมด เห็นรากของปัญหา เวลาแก้ไขจะได้มองได้ชัดและตรง ไม่ใช่แก้

หัวข้อประเด็น

- สถานการณ์พระพุทธศาสนาในยุคปัจจุบัน

ข้อความต้นฉบับในหน้า

จะเป็นไปได้อย่างไร ต้องค่อย ๆ ฝึกไป มีข้อบกพร่อง ผิดพลาด ก็ต้องตักเตือนแก้ไข อบรม กล่อมเกลาฝึกกันไป ทําตามหลักที่พระพุทธเจ้าทรงวางไว้ดีที่สุด มีข้อคิดอย่างไรเกี่ยวกับสถานการณ์พระพุทธศาสนาในยุคปัจจุบัน? ก่อนจะลงรายละเอียดเรื่องนี้ อยากให้เราเห็นภาพใหญ่ ที่มาที่ไป สถานการณ์ การเปลี่ยนแปลง ของคณะสงฆ์ที่ส่งผลเนื่องกัน ถ้าเห็นภาพใหญ่แล้ว เราจะมองออกว่าปัญหาเกิดขึ้นเพราะอะไร คือ เวลามองปัญหาต้องมอง ๒ แบบ ๑. มองเฉพาะจุดว่าเรื่องเกิดขึ้นเพราะตัวบุคคล เพราะพระรูปนี้ไปทำอย่างนี้ถึงเกิดเรื่อง ๒. มองแบบภาพใหญ่ คือมองว่าสถานการณ์รวมของคณะสงฆ์เป็นอย่างไร สังคมเป็นอย่างไร แล้วเราจะพบว่าเหตุที่เกิดอาจเป็นแค่ปลายเหตุ พอมองภาพใหญ่เราจะเห็นความเป็นไป ทั้งหมด เห็นรากของปัญหา เวลาแก้ไขจะได้มองได้ชัดและตรง ไม่ใช่แก้เป็นจุด ๆ แต่ แก้ภาพรวมเลย สังคมสมัยก่อนเป็นสังคมเกษตร ในยุคเกษตรกรรมนั้น ปัจจัยการผลิตสำคัญที่สุดก็คือที่ดิน จะปลูกข้าว ทำไร่ ทำสวน เลี้ยงสัตว์ ต้องใช้ที่ดินทั้งนั้น เพราะฉะนั้นสังคมจึงมีลักษณะอยู่ประจำ ถิ่น ในยุคนั้นวัดเป็นศูนย์กลางของชุมชน เรียกว่าเป็นเกือบทุกสิ่งทุกอย่างของชุมชนเลย ใครจะเรียน หนังสือก็ไปเรียนที่วัด ให้หลวงพ่อท่านสอน สมัยนั้นพระเป็นผู้ที่ทรงภูมิปัญญาสูงสุดของสังคม ขนาด ลูกเจ้าฟ้ามหากษัตริย์ยังต้องไปบวชเรียนเลย ได้ทั้งความรู้และคุณธรรม คนไหนยังไม่ผ่านการบวชเรียน สมัยก่อนอยากจะรับราชการเขาก็ไม่รับนะ คุณสมบัติไม่ครบ จะไปขอลูกสาวใคร ถ้ายังไม่เคย บวช เขาไม่ยกให้ เพราะเขาไม่มั่นใจว่าจะดูแลลูกสาวเขาได้ สังคมวางเกณฑ์มาตรฐานไว้อย่างนี้ พระภิกษุอยู่ในฐานะเป็นผู้นำาทางความคิดของสังคม เวลามีเรื่องทะเลาะกัน อัยการก็ไม่มี ตำรวจ ก็ไม่มี ศาลก็ยังไม่มี ให้หลวงพ่อตัดสินหมด คนต่างถิ่นเดินทางมาไม่รู้จักใครก็ไปพักที่วัด วัดเป็น ที่อ่านวยความสะดวกให้ทุกอย่าง จะจัดงานเทศกาล งานรื่นเริง ก็จัดที่วัด เพราะฉะนั้นวัดเป็นเกือบ ทุกสิ่งทุกอย่างของสังคม หน้าที่ของพระก็คือ ปักหลักอยู่ที่วัดคอยตั้งรับญาติโยมให้ดี แค่ดูแล คอยบริหารจัดการวัดให้เรียบร้อย สะอาดสะอ้าน ญาติโยมมาบำเพ็ญบุญแล้วสะดวก แค่นั้น แต่พอเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรมกับยุคข้อมูลข่าวสาร เกิดสถาบันโรงเรียนขึ้นมา ดึงหน้าที่สำคัญ ออกจากวัดแล้ว ไม่ได้เรียนกับหลวงพ่อแล้ว เวลาคนไปต่างถิ่นก็ไปพักโรงแรม ไม่ค่อยมีใครไปพัก ศาลาวัดแล้ว เวลาจะไปพักผ่อนหย่อนใจ เขาก็ไปคาราโอเกะ ไปโรงหนัง ไปบาร์ ไปผับ ไปสวนสนุก มีอะไรเยอะแยะมากมายที่ดึงหน้าที่นี้ออกไปจากวัดอีก เวลามีเรื่องกัน ก็ไปแจ้งความ ฟ้องตำรวจ ฟ้องศาล หน้าที่ต่าง ๆ ค่อย ๆ ถูกดึงไปจากวัดทีละอย่าง ๆ เมื่อคนห่างเหินวัด คนที่มาบวช ก็น้อยลง สมัยก่อนลูกเจ้าฟ้ามหากษัตริย์มาบวชแล้วมีศรัทธาไม่สึกก็มี สมเด็จพระสังฆราช หลายองค์ก็เป็นโอรสกษัตริย์ ท่านมาบวชแล้วไม่สึก สุดท้ายเป็นผู้บริหารคณะสงฆ์ แต่ปัจจุบัน กลายเป็นว่า ผู้ที่มาบวชเป็นผู้ขาดโอกาสทางการศึกษา ครอบครัวยากจนจึงมาบวชเรียน เพื่อเป็น มีนาคม ๒๕๕๘ อยู่ในบุญ ๑๐๑
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More