การจัดระเบียบสังคมตามหลักธรรมะ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2540 ฉบับที่ 11 หน้า 26
หน้าที่ 26 / 132

สรุปเนื้อหา

กรมทร ๒. ทิศเบื้องหลังคือสามีหรือภรรยา ๓. ทิศเบื้องขวาคือครูบาอาจารย์ ๔. ทิศเบื้องซ้ายคือเพื่อน ๕. ทิศเบื้องล่างคือลูกน้อง 5. ทิศเบื้องบนคือสมณชีพราหมณ์ บุคคลเหล่านี้รวมกันคือ หน่วยของสังคมที่สมบูรณ์ ที่สุดและเด็กที่สุด ถ้าจำแนกเป็นสถาบันก็จะประกอบด้วย ๕ สถาบัน คือ ส่วนวิธีที่จะจัดระเบียบคนในองค์กร ในสังคม พระสัม- มาสัมพุทธเจ้าได้ทรงชี้แนะเอาไว้ว่าให้บริหารใช้ธรรมะเป็น หลัก อย่างน้อยที่สุดให้ใช้กุศลกรรมบท ๑๐ เอาไว้เป็นหลักคือ อย่าปล่อยให้อธรรมกำเริบ อย่าปล่อยให้กรรมกิเลสทั้ง ๔ อคติทั้ง ๘ และอบายมุขทั้ง 5 กำเริบ เพราะถ้าปล่อยให้มัน กำเริบเสียแล้ว สังคมนั้นอยู่ไม่ได้ ไปไม่รอด ถึงกระนั้นแล้วยังไม่พอ นอกจากยึดธรรมะเป็นหลักแล้ว ยังต้องจัดให้มีสังคมสงเคราะห์อย่างพอเหมาะอีกด้วย และ 0. ทิศเบื้องหน้า

หัวข้อประเด็น

- การจัดระเบียบสังคมตามหลักธรรมะ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

กรมทร ๒. ทิศเบื้องหลังคือสามีหรือภรรยา ๓. ทิศเบื้องขวาคือครูบาอาจารย์ ๔. ทิศเบื้องซ้ายคือเพื่อน ๕. ทิศเบื้องล่างคือลูกน้อง 5. ทิศเบื้องบนคือสมณชีพราหมณ์ บุคคลเหล่านี้รวมกันคือ หน่วยของสังคมที่สมบูรณ์ ที่สุดและเด็กที่สุด ถ้าจำแนกเป็นสถาบันก็จะประกอบด้วย ๕ สถาบัน คือ ส่วนวิธีที่จะจัดระเบียบคนในองค์กร ในสังคม พระสัม- มาสัมพุทธเจ้าได้ทรงชี้แนะเอาไว้ว่าให้บริหารใช้ธรรมะเป็น หลัก อย่างน้อยที่สุดให้ใช้กุศลกรรมบท ๑๐ เอาไว้เป็นหลักคือ อย่าปล่อยให้อธรรมกำเริบ อย่าปล่อยให้กรรมกิเลสทั้ง ๔ อคติทั้ง ๘ และอบายมุขทั้ง 5 กำเริบ เพราะถ้าปล่อยให้มัน กำเริบเสียแล้ว สังคมนั้นอยู่ไม่ได้ ไปไม่รอด ถึงกระนั้นแล้วยังไม่พอ นอกจากยึดธรรมะเป็นหลักแล้ว ยังต้องจัดให้มีสังคมสงเคราะห์อย่างพอเหมาะอีกด้วย และ 0. ทิศเบื้องหน้า และทิศเบื้องหลัง เป็นสถาบันเดียว ประการสุดท้ายที่เป็นความจำเป็นที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ก็คือ กันคือสถาบันครอบครัว ๒. ทิศเบื้องขวาคือสถาบันการศึกษา ๓. ทิศเบื้องซ้ายคือสถาบันสังคม ๔. ทิศเบื้องล่างคือสถาบันการทำงาน บริหารหรือผู้นำจะต้องทุ่มเทศึกษาธรรมะให้ละเอียดลึกซึ้ง เพื่อตัวเองจะได้ประพฤติปฏิบัติได้ถูกต้อง มีความละเอียด ลออมากขึ้น และเพื่อเป็นต้นแบบที่ดีของสังคม ถ้าผู้บริหาร สามารถทำได้ครบอย่างนี้แล้วไม่ว่าในสังคมไหน จะเป็น สังคมของชาวบ้านชาวเมืองทั่วๆ ไป หรือจะเป็นสังคมของ นักธุรกิจ จะเป็นสังคมของครูบาอาจารย์ สังคมทหาร สังคม นักการเมือง สังคมของอะไรก็ตาม ถ้าตั้งอยู่บนพื้นฐานดัง ๕. ทิศเบื้องบนคือสถาบันสงฆ์ หน่วยที่เด็กที่สุดในสังคมประกอบด้วยบุคคลใน 5 ทิศ แต่ว่ามี ๕ สถาบัน มีนักสังคมสงเคราะห์ จะสงเคราะห์ชาว โลกในมุมมองไหนก็ได้ ขอแต่เพียงเข้าให้ถูกมุมครบมุมก็แล้ว กล่าวนี้แล้วไม่ว่าบุคคลผู้นั้นจะก้าวเข้าไปสู่สังคมไหน เขาก็ กัน และถ้าจะปรับปรุงอะไรก็ ขอให้ปรับปรุงจากตรงนี้ พระ สามารถที่จะทำให้สังคมนั้นเจริญรุ่งเรืองขึ้นมาได้ เพราะเขา สัมมาสัมพุทธเจ้าทรงให้ข้อคิดข้อปฏิบัติต่อบุคคลในแต่ละทิศ ได้ใช้การบริหารเชิงพุทธเข้าไปประกอบในการบริหารงาน เอาไว้เบ็ดเสร็จ และที่สำคัญอีกประการหนึ่งก็คือ ถ้าแต่ละ ของเรา คนปรับตัวเองให้เช้ากับทั้ง 5 ทิศได้ สังคมก็จะเป็นปึกแสน เพราะว่าทุกๆ ด้านมันจะประสานตัวกันไปได้เองเพราะ ฉะนั้นในการแก้ไขสังคมไม่ให้มันต่ำทรามลงไป พระองค์จึง บริหารเชิงพุทธเอาไว้เพียงแค่นี้ ทวงให้แก้ไขโดยเริ่มต้นที่ตัวเองก่อนทุกครั้งแล้วจึงมองไป สำหรับวันนี้หลวงพ่อก็ขอฝากเรื่ธงราวของการ ขออำนาจกุศลผลบุญทั้งหลายจงมารามกันเข้าด้วยกัน บุคคลในทิศทั้ง 5 หรือเมื่อแก้ไขตัวเองแล้วจึงไปเริ่มที่ กับบารมีธรรมแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระปัจ สถาบันครอบครัว จนกระทั่งไปถึงสถาบันประเทศชาติ เจกพุทธเจ้า และพระอรหันตเจ้าทั้งหลาย ให้มาเป็นตบะ สรุป เดชะ พลวปัจจัย ส่งผลดลบันดาลอภิบาลคุ้มครองปกป้อง และรักษาให้ทุกท่าน จงรู้แจ้งแทงตลอดในธรรมะของพระ ทั้งหมดก็เป็นภาพรวมของการบริหารเชิงพุทธที่ค้นพบ สัมมาสัมพุทธเจ้าได้โดยง่ายไปทุกภพทุกชาติ ตราบวันเข้า มาจากพระไตรปิฎกเป็นการบริหารที่แท้จริงเพราะเป็นการ พระนิพพานเทอญ จัดระเบียบของสังคม การจัดะเบียบคน เพื่อให้แต่ละคนต่าง ปฏิบัติหน้าที่ภารกิจของตัวเอง ให้เต็มความรู้ความสามารถ โดยมีเป้าหมายให้ทั้งโลกสงบสุข วารสารกัลยาณมิตร : ๒๔ พฤ ศ จ ก า ย น ๒๕๔๐
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More