ข้อความต้นฉบับในหน้า
สนทนา ธรรมยามว่าง
โดย ดวง ธรรม
A&B
อนัตตา พระธรรมเทศนาเรื่องเด่น
ผ(ว?-ร^^ เห© 0151เ001^6ธบปช 151 1©00 เกิ9
NV: Wช©ก !a!*(ing ลชอบ! ปา© 7 166 อชลเลอ!©กร
ปอร อ! ธX15! กอ©, I เชเก^ !ชล! !ช© ปโร! !พอ
ลโ6 กอ! !อ0 ชลโป !อา ตอ. ธบ! ปา© !ช โป อกอ 18
ฤบ!!อ ปปปอบป !อ บกปอโร!ลกป.
(เมื่อกล่าวถึงเรื่องไตรลักษณ์ ผมคิดว่าสองประการ
แรกไม่ยากเกินไปนัก แต่ประการที่สามซีครับเข้า
ใจยากมาก)
8SVอร, !ช© ปโร! !พอ อชลโลอ!©ชร!เอร อลก ช©
A:
ร©อก ลูกป 6X วอนเอกออป เก อบ ปล!!/ I!!©.
(ครับ สองประการแรกนั้นสามารถเห็นและประสบ
ได้ในชีวิตประจำวันของเรา)
7ช6/ w©โ© ล!รอ {ลบฐช! เก รอตอ อ!ช©
โอแgเอกร.
(ลักษณะสองประการแรกนั้นมีสอนอยู่ในศาสนาอื่น
ด้วยเหมือนกัน)
ธบ! {ชอ {ชเโป อกอ-!ช© อชลโลอ!©ชร!เอ อ! กอ!-
รอแ, อลก อก!/ ชอ ! บกป เก ธบปปชเรต.
(แต่ลักษณะประการที่สาม-อนัตตามีเฉพาะในพระ
พุทธศาสนาเท่านั้น)
|Xกป || เร oกอ อ! {ชอ โอล!!/ ปเรปกอปงอ
{อออ เกธ อ! เ-อโป ธบปปชล.
^อโกอ!-รอ!!, พชล! ปออร ป เป©โฟเ/ ๓©ลก?
(ความหมายที่แท้จริงของอนัตตาคืออะไรครับ)
เก อโป©1 !อ ช© อ!©ลโ ลชอบ! (ช© ๓๐ลกโกg อ!
กอ!-5©!!, w© รชอบ!ป t๐๐^a! !ช© ๓©ลกเกg อ!
!ช6 พอโป '5©'.
(เพื่อให้เข้าใจความหมายของอนัตตา ชัดเจน เรา
ควรมาดูความหมายของคำว่า “อัตตา” กันก่อน)
/Xร ล โ©!ig อบร !om, 'ธ©!!, TO!Oโร !อ 3 Teฟ,
เกป@boni©ก! ลกป |ว6โลก©ก! ©ก!!!/ {ช8! 15
โ©เวโ©5©ก!©ป ช/ !ช© {©โm ฯ’.
(คำว่า “อัตตา” ในทางศาสนาหมายถึงตัวคนที่มีอยู่
จริง เป็นอิสระและถาวรไม่เปลี่ยนแปลง ซึ่งใช้คำ
แทนตนว่า “ฉัน')
A: 7ช©Ã©!OTO 'กอ!-5©ป' ๓©ลกร !ช© ฯ เร บกโอ3!,
ป©hoกป©ก! ลกป ๓ ว©Tm3ก©ก! ©กป!/, ปอ©รก!!
ป?
(เพราะฉะนั้น "อนัตตา” ก็หมายความว่า “ฉัน
เป็นสิ่งที่ไม่มีตัวตนจริง ไม่เป็นอิสระต้องซันอยู่กับ
สิ่งอื่นและไม่จีรังยั่งยืน ใช่ไหมครับ)
3SV©s. I! 5 m!! ต©3กร (ช© ฯ 18 กอ! {ชอ ร©!!!
(ครับ พูดง่ายๆ ก็คือ “ฉัน” เป็นสิ่งที่ไม่มีตัวตน)
A: พ©!!, w© ปอ 53/ “ ©m 3 m3ก “อโ” I 3m
รูปปก -" อ "I 30 ปอing 50 3กป รอ.” I
พอกป©ร พช/ ธบปปช ร๓ ออกปอก/ {ช© 5©!!!
ป©ก/ {ช© Teฟป/ อ! {ช© ฯ’.
(เอ่อ, เราพูดว่า “ฉันเป็นผู้ชาย “หรือ” ฉันกำลัง
นั้ง” หรือ “ฉันกำลังทำนั้นทำนี่” ผมแปลกใจว่า
ทำไมพระพุทธศาสนาจึงปฏิเสธอัดดา ปฏิเสธ
สภาวะที่เป็นจริงของ ‘ฉัน’)
6: _ | ปากk {ช© ธบปปช18 TO]ออปอก อ! {ช© ฯ ไร กอ!
3 TC]©อปอก อ! {ช© ออกv©ก*©ก! {©โm ฯ’.
(ผมคิดว่าการที่พระพุทธศาสนาปฏิเสธ “ฉัน” ไม่ใช่
เป็นการปฏิเสธคำสรรพนามที่เราใช้ว่า “ฉัน”)
6บ{ป เร โ3{ช©1 3 โ©]©อ!*อก อ! {ช© ออกอ©p!
{ช3{ {ช© ฯ' โ©!elled {อ 3 hom360! 3กป
อช©ก9©!©ธร ©กป!/
(แต่เป็นการปฏิเสธ “ฉัน” ซึ่งหมายถึงตัวตนซึ่งเป็น
นิจจังไม่มีการเปลี่ยนแปลง)
7ชร *ร ช©อลบร© เก !ช© ธบปปช ร! ลกล!/ *ร อ!
วารสารกัลยาณมิตร ๑๐๕ พฤศจิกายน ๒๕ ๔ ๐