การสร้างบารมีและความสำเร็จในการทำบุญ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2540 ฉบับที่ 11 หน้า 79
หน้าที่ 79 / 132

สรุปเนื้อหา

ก็เพราะประโยคหนึ่งที่คุณยายอาจารย์อุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ได้ให้ไว้แก่หลานๆ ของท่าน คือ“เราเกิดมา สร้างบารมี” เพราะประโยคนี้ทำให้ผมหันกลับมาสร้าง ความดีอย่างสุดกำลัง และเป็นประโยคที่ให้กำลังใจ อย่างมหาศาลในการฟันฝ่าอุปสรรคขวากหนาม ระหว่างการหาทรัพย์มาทำทาน สร้างพลังแก่ใจอย่าง สุดประมาณในการรักษาใจให้อยู่ในศีล และนั่งธรรมะ อย่างต่อเนื่อง และสร้างความสำเร็จในการสร้างบารมี การท่าทานเอง หรือบอกบุญเพื่อ บูชาธรรม บรมครู เช่น คุณยายอาจารย์อุบาสิกาจันทร์ ขนนก ยูง และบูชาประโยคอันศักดิ์สิทธิ์ของท่าน คือ “เราเกิด มาสร้างบารมี” นี้ทำให้ผมทุ่มเทอย่างสุดกายใจ ใน การร่วมบุญกฐินยายทุกๆ ครั้ง เพื่อช่วยและร่วมสร้าง ธรรมกายเจดีย์ แม้จะยากแต่ผลของการทำความ สําเร็จในกฐินยายให้บังเกิดขึ้น ท่าให้ผมได้ความปิติ ความ

หัวข้อประเด็น

- การสร้างบารมีและความสำเร็จในการทำบุญ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ก็เพราะประโยคหนึ่งที่คุณยายอาจารย์อุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ได้ให้ไว้แก่หลานๆ ของท่าน คือ“เราเกิดมา สร้างบารมี” เพราะประโยคนี้ทำให้ผมหันกลับมาสร้าง ความดีอย่างสุดกำลัง และเป็นประโยคที่ให้กำลังใจ อย่างมหาศาลในการฟันฝ่าอุปสรรคขวากหนาม ระหว่างการหาทรัพย์มาทำทาน สร้างพลังแก่ใจอย่าง สุดประมาณในการรักษาใจให้อยู่ในศีล และนั่งธรรมะ อย่างต่อเนื่อง และสร้างความสำเร็จในการสร้างบารมี การท่าทานเอง หรือบอกบุญเพื่อ บูชาธรรม บรมครู เช่น คุณยายอาจารย์อุบาสิกาจันทร์ ขนนก ยูง และบูชาประโยคอันศักดิ์สิทธิ์ของท่าน คือ “เราเกิด มาสร้างบารมี” นี้ทำให้ผมทุ่มเทอย่างสุดกายใจ ใน การร่วมบุญกฐินยายทุกๆ ครั้ง เพื่อช่วยและร่วมสร้าง ธรรมกายเจดีย์ แม้จะยากแต่ผลของการทำความ สําเร็จในกฐินยายให้บังเกิดขึ้น ท่าให้ผมได้ความปิติ ความชุ่มชื่นหัวใจ ความเบิกบานใจ ใจมีพลังอย่าง มหาศาล ไม่หวาดหวั่นอุปสรรค ยิ่งเป็นอุปสรรคเป็น แต่เครื่องจุดประกายความท้าทายให้เกิดแก่ “นักสร้าง บารมีเท่านั้น” ศ.นพ.จตุรพร หงส์ประภาส “คุณยาย - อุบาสิกาจันทร์ ที่ผมเคารพรัก” เมื่อ ๒๐ ปีเศษมานี้ ผมมีโอกาสได้เข้าไปทำ บุญที่วัดพระธรรมกาย กับภรรยาผม คุณหญิงอุไร วรรณ หงส์ประภาส ผมคงจะไม่พูดถึงสรรพคุณต่างๆ ของวัดพระธรรมกาย เพราะเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้ว แต่ผมจะพูดถึงบุคคลท่านหนึ่งซึ่งเป็นปูชนียบุคคล เป็นเสาหลักที่สําคัญ เป็นผู้ก่อตั้งวัดพระธรรมกาย ตั้ง แต่ต้น ท่านผู้ซึ่งเป็นปูชนียบุคคลที่ผมกล่าวถึงก็คือ “คุณยายอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง” เมื่อผมได้กราบคุณยายครั้งแรกนั้น ท่านบัง แข็งแรงมาก คงอายุประมาณ ๗๐ ปี คุณยายท่านยัง ไปไหนมาไหนด้วยการเดินเสมอ คุณยายเสมือนเป็น แม่บ้านของวัด เดินตรวจโน่นตรวจนี้ได้แทบทุกวัน โดยไม่เหนื่อย ท่านจะเดินตรวจรอบๆ วัด เห็นอะไร ไม่ค่อยดี ไม่ค่อยเหมาะ ไม่สวยงามเท่าที่ควร ก็จะ บอกผู้ติดตามให้จัดการแก้ไขเสียใหม่ พระภิกษุสงฆ์ ทั้งหมด ถ้าผมจำไม่ผิดมีอยู่ประมาณ ไม่ถึงสิบองค์ ที่ ได้ปวารณาไว้ว่า จะบวชตลอดชีวิต โดยมีหลวงพ่อ ธัมมชโยเป็นเจ้าอาวาส และหลวงพ่อทัดตะชีโวเป็น รองเจ้าอาวาส ท่านพระคุณเจ้าทุกรูปที่เป็นพระภิกษุ สงฆ์เวลานั้น เป็นพระที่มีความรู้ความสามารถสูง จบ เกษตรก็มี จบวิศวะก็มี ทุกรูปเคยเป็นลูกศิษย์คุณยาย ตั้งแต่ก่อนบวชที่วัดปากน้ำ หลวงพ่อธัมมชโยให้ความ เคารพนับถือคุณยายมาก รวมทั้งท่านอื่นๆ ด้วย เสมือนหนึ่งท่านเป็นญาติผู้ใหญ่ของท่านเหล่านั้น มี ปัญหาอะไรก็ได้ปรึกษาคุณยายอยู่เสมอ กาลเวลาผ่านไปหลังจากผมได้เข้าวัดพระ ธรรมกาย ได้ ๓-๔ ปี วันหนึ่งมีคนโทรศัพท์มาบอก ว่าคุณยายไม่สบายมาก ไม่รับประทานอาหารเท่าที่ ควร ทานได้น้อยมาก น้ำหนักลดเร็ว ท่านเป็นคน ผอมอยู่แล้ว เลยรู้สึกเป็นห่วงท่านมาก มีคุณหมอ ท่านอื่นอีกที่เข้าวัด แต่ผมไม่ค่อยสนิทกับท่านเวลานั้น ที่สนิทก็มี คุณหมอสดใส เวชชาชีวะ ซึ่งอยู่จุฬาฯ เหมือนกันกับผม จึงชวนกันไปตรวจรักษาคุณยาย ช่วงนั้นพยาบาลที่ดูแลคุณยาย ดูเหมือนจะชื่อ คุณ พยอม คุณหมอสดใสและผม ก็ปรึกษากันในการรักษา คุณยาย อาการเจ็บป่วยของคุณยายเท่าที่ตรวจโดย พฤ ศ จ ก า ย น ๒ ๕ ๕๐ ๗๗ วารสารกัลยาณมูตร
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More