ข้อความต้นฉบับในหน้า
ผัก ที่ ไม่ มังสวิรัติ
โดย กิ งา ก 8
กง เ นาง 8
วารสารกัลยาณมิตร
900
ยอดมะม่วงหิมพานต์
ชื่ออื่นๆ ที่เรียกโดยทั่วไป เช่น ทางภาคเหนือจะเรียก ม่วงชูหน่อย มะม่วงกาสอ มะม่วงกุลา
มะม่วงลังกา มะม่วงสิงหล ทางภาคใต้ก็เรียก มะม่วงกุลา ยาหยี ยาโงย ยาร่วง แคแหล ชื่อแปลกๆ
ดีนะคะ ส่วนภาคอีสานก็เรียก หมากม่วงหิมพานต์ และภาคกลางเรียกมะม่วงหิมพานต์ สังเกต
ลักษณะการเรียกของภาคอีสานและภาคกลางจะไม่แตกต่างกันนัก แต่สำเนียงจะแปร่งไปหน่อยค่ะ
ทุกท่านก็ทราบชื่อหลากหลายตามสไตล์แต่ละภาค แต่สิ่งที่ไม่ยากคือรสชาดความอร่อยของ
มะม่วงหิมพานต์ (ยอดอ่อน) แต่ก่อนจะไปทราบความอร่อยต้องไปดูลักษณะให้ชัดๆ ก่อน ประเดี๋ยว
จะไปเก็บผิดประเภทอันตรายค่ะ
ลักษณะโดยทั่วไปของต้นมะม่วงหิมพานต์ที่เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง ลำต้นมีความสูงประมาณ
๑๐ เมตร ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับกันลักษณะของใบเป็นรูปไข่ ปลายใบมนที่ส่วนโคนใบแหลม
ข้อสำคัญมีกลิ่นหอม ใบจะมีส่วนคล้ายแต่ไม่ได้เหมือนลั่นทม
ด ซม.
ดอกมะม่วงหิมพานต์ ดอกออกเป็นช่อกระจาย ยาวประมาณ ๔-๔ นิ้ว ลักษณะของดอก เป็น
ดอกสีขาวและเปลี่ยนเป็นสีชมพู ดอกมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ
ดอกหนึ่งมี ๔ กลีบ ตรงกลางดอกก็จะมีเกสรตัวผู้อยู่ ๘-๑๐ อัน ผล จะมี
ลักษณะคล้ายผลชมพู่ เวลาสุกจัดก็ทานได้ออกรสหวานอมเปรี้ยว (อร่อย
แบบเด็กๆ ค่ะ) แต่ผลจะฉาน้ำนิ่มๆ เวลาสุกออกสีแดงปนส้มๆ มีกลิ่นหอม
ส่วนปลายสุดของผลมีเมล็ดอยู่ เม็ด เป็นรูปโต เปลือกนอกแข็ง ยาว
๑
ประมาณ ๑-๑.๔ นิ้วมีสีน้ำตาลอมเทา
ที่สำคัญมะม่วงหิมพาน เป็นพรรณไม้กลางแจ้ง ที่ทนต่อแสงแดดได้ดี
ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด ไม้ที่ทนแดดทนฝนนี่น่าปลูกนะคะ ถึงจะทน
อย่างไรคงไม่รู้จิตใจที่เข้มแข็งของนักสร้างบารมีทุกท่านหรอกนะคะ ความ
แข็งแกร่งของใจสู่ใจจะผลักดันให้งานของพระศาสนาก้าวหน้าไปอย่างไม่
หยุดยั้งค่ะ
ต่อไปเราไปดูความอร่อยของยอดมะม่วงหิมพานต์ว่านิยมทานกับอะไร
ได้บ้าง ถ้าเป็นอาหารทางปักษ์ใต้ ก็จะทานยอดอ่อนสดๆ ก็ได้วิตามินซี
เพราะยอดมะม่วงหิมพานต์จะออกรสเปรี้ยวและฝาดน้อยๆ (เรียกฝาดสมาน)
เมื่อทานแล้วจะไม่ทำให้ท้องเสีย แต่สามารถเลือกชิมรสได้นะคะ เพราะบาง
ต้นนั้นรสฝาดจะมากกว่าเปรี้ยว ยอดอ่อนบางต้นจะออกรสเปรี้ยวมัน ฝาด
จะน้อยมาก ทำให้เวลาน่า ไปทานกับอาหารก็ออกรสอร่อย แบบเปรี้ยวๆ มันๆ
เมื่อทราบชื่อต่างๆ พร้อมลักษณะเฉพาะตัว และความอร่อยฉบับย่อ
ของยอดมะม่วงหิมพานต์กันแล้วนะคะ งั้นก็หันมาดูวิธีการเก็บยอดอ่อนๆ
พฤ ศ จ ก า ย น ๒ ๕ ๕๐