ข้อความต้นฉบับในหน้า
เพราะดังคมได้พิการไปแล้ว
ตะแกรงร่อนคน
0.
สำหรับใช้ร่อนหาพฤติกรรมของเพื่อนดี คือ
มิตรมีอุปการะ คือเพื่อนที่เมื่อเพื่อนประมาทก็คอย
ตามดักเดือน ๐ ช่วยรักษาทรัพย์ของเพื่อนเอาไว้ 0 เมื่อ
ในบรรดาความเลวร้ายทั้งหมด ๑๔ ประการนี้ สิ่งที่เลว เพื่อนมีภัย ย่อมเป็นที่พึ่งพำนักได้ 0 เมื่อเพื่อนมีกิจจำเป็น ก็
ที่สุดคือการคบคนชั่วเป็นมิตร ด้วยเหตุนี้พระสัมมาสัมพุทธ
ช่วยออกทรัพย์ให้เกินกว่าที่ออกปากขอ 0
เจ้าซึ่งได้ทรงให้เอาตะแกรงมาร่อน
คนเสียก่อนที่จะคบกัน ทรงกล่าว
ว่าคนที่เราคบนั้นแบ่งออกเป็น ๒
ผู้บริหารหรือผู้น่า
ประเภท คือ มิตรแท้กับมิตรเทียม
และเพื่อแก้ไขสังคม พระ
องค์ทรงให้เกณฑ์ความประพฤติ
ของทั้งมิตรแท้และมิตรเทียมเอาไว้
ให้เป็นอุปมาเสมือนตะแกรงร่อน
คนไว้ด้วย สาหรับมิตรเทียมพระ
สัมมาสัมพุทธเจ้าทรงให้ตะแกรง
สำหรับร่อนพฤติกรรมเอาไว้ ดัง
นี้คือ
0. มิตรปอกลอกคือเอาแต่ได้
ฝ่ายเดียว ๐ ยอมเสียแต่น้อยเพื่อ
หวังเอามาก 0 เมื่อมีภัยไม่ช่วยกิจ
ธุระของเพื่อน ๐ คบเพื่อนก็เพื่อ
หวังประโยชน์ 0
จะต้องทุ่มเทกษาธรรมะ
ให้ละเอียดลึกซึ้ง เพื่อตัว
เองจะได้ประพฤติปฏิบัติ
ได้ถูกต้อง มีความ
ละเอียด ลออมากขึ้น
และเพื่อเป็นต้นแบบที่ดี
ฃองสังคม
๒. มิตรที่ดีแต่พูด ก็คือ พวก
ที่ชอบเอาเรื่องบุญคุณมาปราศรัย 0 อ้างเรื่องที่ยังมาไม่ถึง
มาปราศรัย 0 ให้สัญญาลมๆ แล้งๆ แล้วก็ไม่ทำ 0 เมื่อมีกิจ
ก็อ้างเหตุขัดข้อง
0
ค. มิตรหัวประจบ คือใครทำชั่วก็คล้อยตามเขา 0 ใคร
ท่าดีก็คล้อยตามเขา ต่อหน้าก็สรรเสริญ 0 ลับหลังก็นินทา 0
แล้วในบรรดาเพื่อนชั่วทั้งหลายแหล่ กลุ่มที่ 4 สุดท้าย
มิตรชักชวนในทางฉิบหาย เป็นพวกที่ร้ายที่สุดคือ มักชัก
ชวนให้ดื่มสุรา ชักขวนเที่ยวกลางคืน ชักชวนเที่ยวเตร่เสเพล
ชักชวนเล่นการพนัน ซึ่งล้วนแต่เป็นในทางฉิบหายทั้งนั้น
ในขณะเดียวกันพระองค์ก็ทรงให้ตะแกรงมาอีกชุดหนึ่ง
เอ. มิตรร่วมทุกข์ร่วมสุข คือเพื่อนที่
ยอมบอกความลับของตนให้แก่เพื่อน
0 ปิดความลับของเพื่อนไม่ละทิ้ง
เพื่อน 0 เมื่อมีอันตราย แม้ชีวิตก็
สละให้ได้ ๑
ค. มิตรแนะนำประโยชน์ คือเพื่อน
ประเภทที่มัก ห้ามเพื่อนไม่ให้ทำ
ความชั่ว ๐
> แนะนำให้ตั้งอยู่ในความ
ดี 0 ให้ได้พิงสิ่งที่เป็นประโยชน์
และบอกทางไปสวรรค์ให้ ๑
๔. มิตรรักใคร่ห่วงใย ก็คือพวกที่
ไม่ยินดีในความเสื่อมของเพื่อน 0
ยินดีเมื่อเพื่อนได้ดี
๏ หามคน
นินทาเพื่อน ๐ และสรรเสริญคนที่
สรรเสริญเพื่อน ‹
0
ตกลงเราก็ได้ตะแกรงมาร่อนคน
๑๖ ช่องด้วยกัน สำหรับใช้ร่อนดู
พฤติกรรมของคนที่เราจะคบหาว่า
0
เขาเป็นคนดีหรือเลว และคนแรกที่ควรจะต้องใช้ตะแกรง
ร่อนดูก็คือตัวเอง ขอให้ร่อนดูเถอะว่าเรามีความไม่เข้าท่าดีด
ค้างในช่องที่ต้องแก้ไขหรือเปล่าถ้ามีก็รีบแก้ไขเสีย จากนั้น
ซึ่งจะสามารถแก้ไขสั่งผมได้
การแก้ไขปัญหาสังคม
ในเรื่องของการแก้ไขสังคมนั้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ได้ทรงชี้เอาไว้เรื่องหนึ่งคือ ทรงว่าหน่วยที่เล็กที่สุดใน
สังคมไม่ใช่ครอบครัว แต่หน่วยที่เล็กที่สุดในสังคมคือ บุคคล
ในทิศ 1 ซึ่งประกอบด้วย
0. ทิศฟ้องหน้าได้แก่บิดามารดา
พฤ ศ จ ก า ย น ๒ ๕ ๕๐
๒ ก เ รสาร &มาผมิตร