ข้อความต้นฉบับในหน้า
พรรณซูบซีดเศร้าหมอง ดวงตามีความทุกข์มาก มาขอร้องให้ช่วยเหลือ อยู่
ที่โน่นถูกใช้งานหนักไม่ได้พัก ถ้ามีเงินลักหมื่นก็คงช่วยได้ ฉันตื่นขึ้นมานึก
ถึงเงินหมื่น คงเป็นเรื่องขอบุญให้สร้างองค์พระแน่ๆ ท่าไมคนก็ตายไปตั้ง
นานหลายสิบปีแล้วเพิ่งมาขอ น่าจะขอจากลูกๆ โดยตรง เวลานี้เหลืออยู่อีกตั้ง
๔ คน ล้วนแต่พอมีเงินทุกคน ไม่น่ามาขอจาก ฉันเลย ฉันเป็นลูกสะใภ้ที่
แกเกลียดที่สุด ส่วนสะใภ้คนที่แกรักมาก ไม่ยักไปขอเค้า เค้ารวยมากด้วย”
ป่าได้ชี้แจงว่า "ผู้ตายต้องไปเกิดในที่ลำาบาก อยากได้บุญช่วยให้ทัน
ทุกข์ มอง แล้วในหมู่ญาติไม่มีใครมีบุญเท่าพี่สักคน แม่สามีพี่เลือกขอบุญ
ถูกคนแล้วค่ะ ญาติคนอื่นๆ เค้ารวยเงิน ไม่ได้รวยบุญเหมือนพี่ขอให้พี่ลอง
ขอสามีพี่ลูลักหน่อย เผื่อจะนึกถึงแม่มึง
อีกฝ่ายตอบทันทีว่า “ฝันตอนเช้ามืด พอสว่างฉันก็รีบเล่าให้เค้าฟัง
ทันทีเพราะไม่สบายใจที่เห็นแม่เค้าอยู่สภาพยังงั้นแต่แกตอบยังไงรู้มั้ยหนูหวิน
แกบอกว่า คนไหนฝันคนนั้นก็เป็นคนทำบุญไปให้ซี ฉันละอ่อนใจชะจริง ๆ
แม่ผัวฉันต้องลำบากแน่ๆ เพราะตอนมีชีวิตอยู่แกนั่งเล่นแต่ไพ่ทั้งวันทั้งคืน
ลูกไม่รู้คุณแกฉันจะท่ายังไง จะเอาเงินที่ไหนท่าบุญ
มัมเห็นแม่ผายาปรับตามไปนาน
แต่า แต่ปลาน่าลิปหมาก เด็กผี!
เก่ายศ ตกปรกกมแมม
หĀเตาหรณ
กูมยีตเตฑ์หมกป ต-เปตามีตาม
หูกก้มก มายกดบีบให้ามเหตุก
ป่าฟังแล้วหดหู่ใจ ลูกชายคนตายซึ่งเป็น
สามีผู้ฝันอายุก็ร่วม 40 ปีแล้ว ทำอย่างไรก็ไม่
ชอบทำบุญป่าจืดไปคิดมาก็แนะนำไปว่า “เอาอย่าง
นี้ซีคะ ขอลูกๆ คนตายไม่ได้ ก็ขอหลาน มีเป็น
สิบกว่าคน ให้พวกเค้าทำบุญแทนพ่อแม่ของเค้า
แล้วก็บอกว่าทำให้ตัวพี่สบายใจด้วย เพราะย่า
ยายอุตส่าห์มาขอแล้วเราไม่ทำให้เหมือนคนใจดำ
ถ้าไม่ทำเราก็จะไม่สบายใจตลอดไป”
คนเล่าเห็นดีกับคำแนะนำของป่า
ป้าก็ยัง
ให้กำลังใจเพิ่มด้วยการบอกว่า “บอกบุญพวกเค้า
กมู่ที่โน่นถูก
ให้หมดทุกคนนะคะ เฉลี่ยแล้วคนละไม่กี่ร้อยบาท
ถ้าครบคนแล้วยังขาดอยู่เท่าไร ดิฉันจะช่วยพี่ด้วย
ไปบ้านหมัก ไม่ได้หัก ตามีปีนตึก
หมื่นก็ตปก้ามไต่ มันตื่นยิ้มมามีกรุ๊ป
เงินหมื่น ตปนกยกให้เป
กปต์ แน่ๆ
ดิฉันไม่รู้จักแม่สามีของพี่ ไม่ได้สงสารผู้ตาย แต่
ดิฉันสงสารพี่น่ะคะ ถ้าพี่ไม่ได้ทําบุญให้พี่ต้องไม่
สบายใจไปจนตาย”
เล่าเรื่องมาให้คุณฟังเป็นพยานอีกราย
หนึ่งว่า มีชีวิตอยู่ไม่สร้างบุญกุศลฉีดตัวเอาไปใช้
ชาติหน้าเองแล้ว ต้องเที่ยวขอส่วนบุญอย่างนี้
แล้วไม่รู้จะได้เปล่า เราทุกคนจึงไม่ควรประมาท
วารสารกัลยาณมิตร
พฤ ศ จ ก า ย น ๒๕๔๐