การรักษาแบบธรรมชาติบำบัด วารสารกัลยาณมิตร ปี 2540 ฉบับที่ 11 หน้า 112
หน้าที่ 112 / 132

สรุปเนื้อหา

2. มองร่างกายแยกส่วนจากจิตใจ ไม่มีการเกี่ยวข้อง สัมพันธ์กัน 3. มองร่างกายเฉกเช่นเครื่องจักร เมื่อชิ้นส่วนสึกหรอย่อม เกิดโรคขึ้น เปรียบ “ยา” เหมือนอาวุธ ที่สามารถประหารโรคร้าย (แน่นอน ถ้าผิดพลาดย่อมทำลายเจ้าของร่างกายได้) 5. ร่างกายที่ป่วย เหมือนเครื่องยนต์ที่ได้แต่นั่งคอยรับการ ซอมแซม ผู้ป่วย ต้องรับฟังความรู้และคำแนะน่าจากแพทย์ การรักษาหลัก คือ ยา, การผ่าตัดและการฉายแสง 8. เน้นที่โรค 9. เน้นที่อาการปวด 10. เป้าหมายคือหายจากโรค “ธรรมชาติบำบัด” เน้นการป้องกันก่อนเกิดโรค 2. มองร่างกายเป็นหนึ่งเดียวกับจิตใจ เมื่อมีสิ่งใดกระทบ ส่วนหนึ่ง ย่อมส่งผลถึงอีกส่วนหนึ่ง 9. เน้นที่ความทุกข์ คือประสพการณ์จากอาการปวด 10. เป้าหมายคือครอบคลุมทั้งสบายกาย, สบายใจ และมี ความสุข มาถึงตรงนี้ คุณผู้อ่านคงจะเข้าใจมา

หัวข้อประเด็น

- การรักษาแบบธรรมชาติบำบัด

ข้อความต้นฉบับในหน้า

2. มองร่างกายแยกส่วนจากจิตใจ ไม่มีการเกี่ยวข้อง สัมพันธ์กัน 3. มองร่างกายเฉกเช่นเครื่องจักร เมื่อชิ้นส่วนสึกหรอย่อม 4. เกิดโรคขึ้น เปรียบ “ยา” เหมือนอาวุธ ที่สามารถประหารโรคร้าย (แน่นอน ถ้าผิดพลาดย่อมทำลายเจ้าของร่างกายได้) 5. ร่างกายที่ป่วย เหมือนเครื่องยนต์ที่ได้แต่นั่งคอยรับการ 6. 7. ซอมแซม ผู้ป่วย ต้องรับฟังความรู้และคำแนะน่าจากแพทย์ การรักษาหลัก คือ ยา, การผ่าตัดและการฉายแสง 8. เน้นที่โรค 64 9. เน้นที่อาการปวด 10. เป้าหมายคือหายจากโรค “ธรรมชาติบำบัด” 1. เน้นการป้องกันก่อนเกิดโรค 1001 2. มองร่างกายเป็นหนึ่งเดียวกับจิตใจ เมื่อมีสิ่งใดกระทบ ส่วนหนึ่ง ย่อมส่งผลถึงอีกส่วนหนึ่ง 9. เน้นที่ความทุกข์ คือประสพการณ์จากอาการปวด 10. เป้าหมายคือครอบคลุมทั้งสบายกาย, สบายใจ และมี ความสุข มาถึงตรงนี้ คุณผู้อ่านคงจะเข้าใจมากขึ้น วิธีการรักษา ธรรมชาติบำบัด แต่ละวิธี อาจมีด้านที่ดีแตกต่างกันบ้าง แต่ อย่าเพิ่งเข้าใจว่า “ธรรมชาติบำบัด” จะเป็นการรักษาที่วิเศษ กว่า “การรักษาแผนปัจจุบัน” เพราะในบางสถานการณ์เช่น อุบัตเหตุ, ภาวะฉุกเฉินเช่นช็อค การติดเชื้อรุนแรง, แผลไฟ ไหม้ และการคลอดก่อนกำหนด ฯลฯ ต้องอาศัยการรักษา แผนปัจจุบันอยู่ดี แต่ในสถานการณ์เช่นโรคที่เกิดจากภาวะเสื่อมเรื้อรัง เช่น โรคหัวใจ, โรคมะเร็งและโรคหลอดเลือดในสมอง (ที่ทำให้เกิด อาการอัมพาต) หรือโรคที่เกี่ยวข้องกับความเครียดเช่นหอบ หืดจนถึงโรคระบบทางเดินอาหาร ธรรมชาติบำบัดให้ผลการ รักษาที่ดีกว่า การรักษาแบบธรรมบชาติบำบัด ผู้เชี่ยวชาญบางท่าน มองว่าเป็นทางเลือก (^\11673176) ที่อยู่นอกเหนือการรักษา หลัก (0อก78กปอกล!) แต่ปัจจุบันนี้เหตุการณ์เริ่มเปลี่ยนไป เนื่องจากว่ามีแพทย์หลายท่านผนวกการบำบัดเหล่านี้เช่น การ ฝังเข็ม เ-เ0m6[3ลแา,, สมุนไพร และ 4โอm31ธโลว/ ไว้ใน แผนการรักษาหลักด้วย ad ในทางกลับกันการรักษาแบบธรรมชาติวิธีอื่นๆเช่น ธเอเออปไว3อ1\, การรักษาด้วยแสงสว่าง, ^09nI!IV0 711613[ว/, 1บอฬ 0163ming และ Vเรเอก 710 [ว/ กลับเกิด จากการศึกษาวิจัยตามหลักวิทยาศาสตร์แผนใหม่ ดังนั้นในปัจจุบัน ถ้าเราพูดถึงอาการปวดหลัง การบำบัด ก็ประกอบไปด้วยการรักษาหลักเช่น กินยาเป็นระยะเวลาหนึ่ง แล้วตามด้วยโปรแกรมการเดิน, เช้าห้องฝึกโยคะและกิน 3. มองร่างกายเปรียบกับสิ่งมีชีวิตแห่งจักรวาล และโรคเกิด อาหารไขมันต่ำเพื่อลดน้ำหนัก เป็นต้น จากการเสียสมดุลย์ภายใน 4. เปรียบ “ยา” เหมือนปัจจัยที่คืนความกลมกลืนให้แก่ร่าง กายและจิตใจ 5. ร่างกายคือสิ่งมหัศจรรย์ ที่มีกระบวนการเยียวยาตนเอง 6. แต่ละคน ต้องถือเป็นหน้าที่ตนในการดูแลตัวเอง 7. การรักษาหลักคืออาหาร, การออกกำลังกาย การคลาย เครียด. สมุนไพรและการประคับประคองทางสังคม 8. เน้นที่ความเจ็บป่วย คือประสพการณ์อันเกิดจากโรค วารสารก้อชาณมิศร ๑๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๔๐ โดยสรุปจึงกล่าวได้ว่า การรักษาแบบธรรมชาติบำบัด เป็นวิธีช่วย แต่ไม่สามารถทดแทนสิ่งที่เล่าเรียนมาในโรงเรียน แพทย์สมัยใหม่ เป็นการสร้างความกลมกลืนของความ สามารถในการรักษาตนเองโดย อาหาร, การออกกำลังกาย, การดูแลจิตใจ, การสัมผัส, การสังคม, ศิลปการรักษาแบบ ดั้งเดิมและการค้นหาจิตวิญญาณภายในตน "สมาธิ" นับเป็นหนึ่งในธรรมชาติบำบัด ที่ผู้เชี่ยวชาญบาง คนเรียกว่าเป็นฝั่ง(เคลื่อนที่ได้) อันปลอดภัยในโลกที่มีมรสุม
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More