ข้อความต้นฉบับในหน้า
การมองคนออกก่อนจะโปรด หลวงพ่อพบในภายหลังว่าในเรื่อง กัลยาณมิดตตา ซึ่งปรากฏในทีมชาญสูตรว่า ผู้ที่ค.PRO จะต้องมีคุณสมบัติ คือ มีศรัทธา ศีล จาค ปัญญา หลวงพ่ออิ่มโยนท่านมองออกตั้งแต่มัยท่านยังเป็นนิสิทแล้ว ซึ่งเป็นความสามารถส่วนตัวของท่าน เพราะท่านฝึกตัวมาก จนเตือนตนเองให้เข้าวัดไปฝึกสมาธิกับคุณยายได้ ตั้งแต่เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ และปีที่ ๔ (ม.๙) และ ม.๘) เมื่อท่านเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์แล้ว เวลา ๖ โมงเช้า ท่านก็ออกจากมหาวิทยาลัยไปฝึกสมาธิที่วัดป่าน้ำ กลับมาที่ประมาณทุ่มเศษ ลงทุ่มเป็นประจำ ท่านเรียนสมาธิเป็นเรื่องหลัก แต่เรียนหนังสือเป็นเรื่องรองเช่นนี้เสมอมา ท่านขวนขวนหาความรู้เรื่องการเจริญสมาธิก่อน พอเจอคุณยาย ท่านก็พบเทคนิคสมาธิกับคุณยายและฝึกได้ตามที่คุณยายสอน นี่เป็นต้นทุนข้ามชาติของท่าน ท่านจึงนั่งสมาธิได้ดีและได้รับความจริงจากคุณยายว่า เป้าหมายชีวิตแท้จริงของทุกคน คือ ต้องแก้ใจตนเองให้พ้นทุกข์ อันนำมาจาก แต่คังนี้โลกไม่สุข ยกเว้นได้คำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จากการที่ได้ฝึกตนมาก ท่านก็อยากจะพาทุกคนที่น่ารักให้เข้าวัดปฏิบัตธรรมตามท่านให้รู้จักษเป้าหมายชีวิตแท้จริง แล้วก็มุ่งไปให้ถึงที่สุดแห่งธรรมด้วยกัน หากท่านพบใครว่ามีปัญหาอะไรที่ไม่อาจก้ไขได้ ท่านก็จะไปฝึกสมาธิกับคุณยายที่วัดป่าน้ำ มีมูลของท่านไปเรียนสมาธิได้ไม่มีครั่งเลิกไป แต่เขาก็ทน เพราะท่านไม่เคยเป็นพิษเป็นภัยกับใคร เมื่อเจอกับหลวงพ่ออิ่มโยนท่านมองออก ที่นั่งุประมาทมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในพิธีลอกรงหวัง พ.ศ. ๒๕๑๙ เพราะเมื่อจิ้นลอกรงของทุกปี หลวงพ่อจะกลับไปเยี่ยมมหาวิทยาลัย เพื่อร่างลอกรงและสังสรรค์กันรุ่นที่ ๓ ฯลฯ หลวงพ่อรินเหล่าแล้วแจกให้รุ่นน้องที่จะม *. พอแจกมาถึงท่านปู่ ท่านก็ตอบ ปิ๊บ : ขอบคุณครับพี่ ผมไม่กินเหล้าครับ หลวงพ่อ : อ้าว ทำไมล่ะ ท่าน : ผมรักษาศีล ๕ ครับ