ข้อความต้นฉบับในหน้า
มาวัดพระธรรมกายครั้งแรก ตรงวันอาทิตย์ที่ ๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๒๘ เป็นวันอาทิตย์
ต้นเดือนและมหาปูชนียาจารย์ วันนั้นมีความประทับใจอย่าง คืแม่นั่งอยู่ใกล้และมอง
ไม่เห็นพิธีกรม แต่ยืนเสียงชัดเจน หลังจบพิธีธรรม รับประทานอาหารกลางวันวันที่วัด วันนั้นถือ
โอกาสเดินชมวัด ผ่านไปที่ศาลาดุสิต ได้เห็นหลวงพ่อทองรับแขก แล้วท่านจำพวกเราได้ ท่านก็
ทักว่า “กลายเป็นมิตรซาราเชียงใหม่มาแล้ว” ท่านให้ความใส่ใจกับทุกคณะ มีกำลังรู้สึกว่าเป็นบุญ
ของเรามากที่มีโอกาสได้กราบหลวงพ่อในโอกาสนี้ในขณะพระ
วันนี้มีการแจ้งข่าวบุญชวนคนมาบวชธรรมกายาทายในวิสุทธบูชา มีโบร์ชาร์และเทป
คาสเซ็ทแจกให้ พวกเราก็นำกลับไปทำหน้าที่ชวนคนมาร่วมงานบวช ยิ่งเห็นกิจกรรมต่าง ๆ ของ
หลวงพ่อ ทำให้เราคิดอยากจะน้อมนำกิจกรรม ๆ มายกย่องที่จังหวัดเชียงใหม่บ้าง
หลวงพ่อสอนให้เราชวนคนมาช่วยกันจัดงานและทำกิจกรรมหลายหลาย เช่น จัดงาน
นิทรรศการทางก้าวหน้าภาคเหนือ ครั้งที่ ๑ ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดนิมนต์ผู้นำบุญ และ
จัดนิทรรศการ “เมื่อพุทธนี้สายไปเสียแล้ว” ฯลฯ ทำให้เราได้เห็นว่า ในแม่มองการเผยแผ่
พระศาสนานั้น ไม่ได้มีแต่เทคนิควิธีการอย่างเดียว แต่กิจกรรมอันเป็นบุญบันเทิอก ให้ทุก
คนได้มีส่วนร่วมและรู้สึกได้เป็นเจ้าของบุญด้วย เป็นบุญของพวกเราในคืนนั้นที่โอกาสได้ราบ
หลวงพ่อท่านโดยตรง และท่านก็มีเวลาจะให้พรเราได้พูดถามในสิที่พวกเราไม่รู้ก่อน
ซึ่งเป็นคำตอบของเป้าหมายในการมาเกิดของพวกเรา
พอเรารู้ว่าหลวงพ่อ ท่านพูดให้ฟังว่า เราเป็นใคร เราจะมีเป้าหมายชีวิตอย่างไร เราเกิด
มา ทำไม ตอนนี้เราผ่านชีวิตลูกกลมกลมแล้วก็มี เพื่ออะไร พอเรารู้ถึงนี้ ก็ให้เราพยายามทำทุก
ช่วงเวลาก็อาจจะสำคัญ และมากยิ่งขึ้นพระพุทธศาสนาให้เต็มที่
เอาชีวิตเป็นดินเป็นฟืนในทุก ๆ วัน เพราะเรารู้ว่า “ความตายไม่มีมิมม หมาย” คุ้มค่ายได้โลกรู้จักว่าความธรรมกาย ได้รับว่าความธรรมกาย แล้วก็อาจจะให้วาดธรรมกาย เป็นต้นบุญตุ้นแบบ
เป็นแหล่งของบุญให้ชาวโลกได้ชมว่าพิพัฒนสมบัติธรรมกัน