ข้อความต้นฉบับในหน้า
รวมกันที่นี่ในวังธรรมะ ไปอยู่ที่หมู่บ้านเสนานิคม ๑ อยู่ด้วยกัน ๓-๗ คน หลวงพ่อมัชฌิมา ท่านตั้งชื่อว่า “บ้านเอื้องเผ่อยจ๊ะ” แล้วพอตอนหลัง มีรวมกลุ่มรุ่นน้องอีก ก็เลยเกิดบ้าน “บ้านเกี๊ยหนุจ๊ะ” หลวงพ่อท่านตั้งชื่อบ้านให้เรียบร้อย
เทวดาของคุณยายจันทร์
หลังจากจบจากการศึกษาปริญญาโท ตอนแรก ๆ ที่อยู่ในวัด หลวงพี่คิดว่าจะอยู่รับบ วชคราม มีช่วงหนึ่ง คุณยายพูดน้อยมากว่า “เทวดา ! ช่วยส่งคนมาช่วยยายจันทร์หน่อย” เราจังธรรมะอธิษฐานตาม ขอให้เทวดาเอาคนมาช่วยหน่อย ตอนหลังมานักได้ ท่านพูดน้อมอ้อมชวนเรานั้นเราไม่รู้เรื่องเลย เคล็ดได้ เอ่ย ทำงานต่อดี หรือเรียนดี หรืออายุวัดดี
ตอนนั้นร้องก็เกือบได้งานตลอดเลย นึกในใจว่า ยังไม่ต้องทำงาน อยู่วัดได้ ช่วยทางบ้านได้ ไม่ได้ช่วยปัจจัย แต่ว่าเอาบุญช่วยดีกว่า พอกินแบบนี้ เลยอยู่ช่วยงานที่วัด ตอนหลัง ๆ ก็ไม่ได้บูรณอธิษฐานแบบนี้แล้ว
คุณยายบอกว่า ลูกีสิบวัยอยู่วัดทุกคน ต้องมีบุญ คือบุญทำความสะอาด บูข้าวบูฉลองอาหารที่จะถูกโยมบูม เวา บางก็ไม่เคยทำ ก็เลยเกิดกินเบ่นในบางวัน เช่น บ้วนข้าวสวยแต่แยะ พอจัดเสร็จเอาไปวางหลวงพ่อมัชฌิมา ท่านพูดแบบสนุก ๆว่า “วันนี้หลวงพ่อโชคดีนะ ได้ฉันข้าวต้มสองมือ” บางวันก็ไม่ใช่ข้าวต้ม ไม่ใช่ข้าวเปล่า แต่เป็นสามกะบิ และเป็นบ่อย ๆ จนกระทั่งคุณยายต้องว่า “ใครหุงข้าวไมเป็น ไม่ต้องบวช” พอฤทธิ์ต้นเดือนม บุญบูรณ์ให้ทำอีก คุณยายบอกว่า “ทุกต้นเดือน ให้รวมทีมล้างห้องน้ำที่มีพื้นไม่มีพระอยู่ ล้างห้องน้ำไม่เป็น ไม่ต้องบวช”
แนวทางสำหรับนักสร้างบารมี
วัดเราดอนแรกมีคนไม่ค่อยมาก งานประจำ คือหุงข้าว งานบุญวันอาทิตย์คือการไปช่วยงานอาสาสมัคร ดูแลบูณญวันอาทิตย์ ต้อนรับเจ้าภาพ ดูจารงานบุญใหญ่ ตอนบวชเป็นพระเรียน บาสออย่างเดียว บวชปีแรก ๆ ได้ไปเป็นเนื้อหาบุญรับส่งทาน ตอนเย็นก็เรียนบาลี