ข้อความต้นฉบับในหน้า ยังจำได้ดี วันแรกที่มาวัดกับเพื่อนขณะเดินในวัด ได้พบน้องอาสามสมัครท่านหนึ่ง เขาถามว่าอยู่แผนกอะไร ก็ตอบไปว่าไม่มีแผนกเพิ่งมาวัดครั้งแรก เขาจึงชวนไปอยู่แผนกธรรมวริยา ซึ่งตอนเป็นแผนกต้อนรับในปัจจุบัน
หลวงพี่ประทับใจตั้งแต่เรื่องการต้อนรับปฏิสันถาร ความสะอาด ความสงบ ความเป็นระเบียบเรียบร้อย จำได้ทุกๆ วันศุกร์ต้องมาที่วัด คือจะสะพายเป้มาวัดวันศุกร์ ช่วงเช้าวันเสาร์หลวงพี่จะไปช่วยต้อนรับเสนาธร ช่วงบ่ายไปช่วยแผนกธนูธรรมจัดข้าวของเพื่อให้ญาติยมมาทำบุญ ยุคสมัยนั้น อาสาสมัครรู้จักกันหมด จะมีความรักความผูกพัน มีอะไรก็จะช่วยเหลือกัน
หลวงพ่อทัตชี้ไว้ว่าท่านจะสอนเรื่องการทำงาน เรื่องแรกท่านบอกว่า ในการทำงานของเรา “อย่าเป็นตื่นเต้น อย่าเป็นตื่นใจ” ฟังแล้วอาจจะไม่เข้าใจ ตื่นเป็นผงเป็นผื่นผิดติดกัน ถ้าโยนเปิดลงน้ำ เปิดว่านำสบายมาก แต่ทำให้เปิดไงวิ่งแข่งกันไห้ เปิดจริงตัวเม็ด
“อย่าเป็นตื่นไก่” คือ ตื่นไม่กล้าแกวทร ให้ไว้นิ่งเร็วว่าเต็ม แต่โยนใกล้น้ำ ไกลน้ำน้ำตายแล้วควรจะเป็นอย่างไร ท่านบอกว่าให้ฉันมีมือคน ถึงเวลาแยก แยกได้ ถึงเวลารวบ รวบได้ เพราะฉะนั้นควน่าน้ำไง วิ่งได้ แต่ไม่ใช่เอามือวิ่ง หมายความว่า เวลาทำงาน แม้ว่าจะถูกแบ่งเป็นแผนกหลาย ๆ แผนก แต่เมื่อถึงเวลาที่ต้องรวบกัน ต้องมาช่วยกัน
สิ่งหนึ่งที่หลวงพี่ประทับใจได้ไม่ลืมจนถึงทุกวันนี้ หลวงพ่อรำพงษ์โยมท่านบอกว่า ถ้าคุณยาสั่งให้ท่านทำอะไร ท่านจะไม่มัดใคร แต่กระทั่งให้คุณยาสั่งให้ท่าน เข้าไปในถ้ำที่มีเสือแม่ลูกอ่อนอยู่ ท่านจะเข้าไปโดยไม่ถามคุณยาสมัยแต่คำเดียว ว่าทำไมต้องเข้าไป เพราะท่านคิดว่าสิ่งที่คุณยาสั่งออกคือสิ่งที่ดีที่สุด นี่คือสิ่งที่หลวงพ่อรำพงษ์ท่านเล่าให้ฟัง