ข้อความต้นฉบับในหน้า
หลวงพ่อเน้นย้ำว่า “การนั่งสมาธิวิจัยละ” นาที ๑๐ นาที แต่ละวันนั้น ไม่ควรนั่งสมาธิ วันละไม่ต่ำกว่า ๒ ชั่วโมง ๑ ชั่วโมงสำหรับดูแลตนเอง และอีก ๑ ชั่วโมงสำหรับการเป็นกัลยาณมิตร ให้ผู้อื่น ด้วยเหตุนี้ท่านจึงมีโครงการปฏิบัติธรรมให้สมาชิกแต่ละคน นั่งสมาธิ วันละ ๒ ชั่วโมง ทุกวัน และโครงการปฏิบัติธรรม ๒ สัปดาห์ ให้สิทธิสมาชิกร่วม ๑ รุ่น ๆ ละ ๑๔ วัน / ปี” (อุบาสิกรุ่น ๑)
หลวงพ่อสอนเทคนิคการนั่งสมาธิที่เข้าใจง่าย โดยใชัหลัก สติ สบาย สมอเสม สังเกตท่านแนะนำว่า “ให้เราวางใจแบบไม่ต้องทำอะไรเลย วางใจเบา ๆ สบาย ๆ ผ่อนคลายทั้งกายและใจ หยุด นิ่ง เฉย อย่างมีสติ และสบาย ๆ แค่นั้นเอง” (อุบาสิกรุ่น ๙-๒๑)
หลวงพ่อสอนวิธีการทำสมาธิ และเน้นหัวใจสำคัญของการเกิดมาเพื่อสร้างบุญสร้างบารมี “สิ่งที่ต้องส่งสมาธิ คือ สิ่งที่เงาหา คือ พระรัตนตรัยภายใน เป้าหมายชีวิต คือ ที่สุดแห่งธรรม” (อุบาสิกรุ่น ๙-๒๑)
หลวงพ่อสอนว่าเมื่อฉันสมาธิแม้ให้เห็นแสงสว่างเพียงแค่ฉากกระจิกกุมาแสน บุญได้มากกว่าสร้างโบสถ์ สร้างวิหาร สร้างศาลาการเปรียญ (อุบาสิกรุ่น ๙-๒๓)
หลวงพ่อเปรียบเสมือนพ่อที่คอยดูแลเอาใจใส่ สอนให้พวกเรารู้จักเป้าหมายชีวิตที่แท้จริง และยำให้เราครองความเป็นอุบาลิกาแห่งวัดพระธรรมกาย "หยุดเป็นคำสำเร็จ" ตามคำสอนพระมงคลคามพุฒิ (สด จุฬาเศร) และ “เราคิดจะสร้างบารมี” หลวงพ่อเป็นแรงบันดาลใจ สำคัญที่เชือมโยงลูก ๆ กายามดรณ์และสารสูญให้มวลปฏิบัติธรรม” (อุบาสิกรุ่น ๗-๘)
หลวงพ่อสอนให้เราเชื่อมั่นในการสร้างบุญ สร้างบารมี การตามตนตามโนบีธารเดินตามเส้นทางของท่าน ถือว่าคุ้มค่าที่สุดที่เกิดมาในชาตินี้ หลวงพ่อท่านเคยกล่าวว่า “ต่อไปคนจะมาวัด มากมายและวิชชาธรรมกายจะขยายไปทั่วโลก” มาถึงวันนี้เป็นจริงดิคำพูดท่าน และหากผู้ที่ระดับโลกเข้าสู่ธรรม ยิ่งภาะเกิดขึ้นอย่างง่าย ๆ” (อุบาสิกรุ่น ๒)
หลวงพ่อเมตตาภรำสอนทั้งเรื่องการปฏิบัติธรรม การใช้ชีวิต และการทำงาน ท่านสอนอย่างละเอียดยิบขั้นตอน ท่านไม่เคยเหนื่อยในการสอน จนทำให้เรารู้สึกอบอุ่น ปลอดภัยในเส้นทางความเป็นอุบาลิกาแห่งวัดพระธรรมกาย (อุบาสิกรุ่น ๒)