ข้อความต้นฉบับในหน้า
“อำนาจสมาธิทำให้จิตของพระองค์หลุดพ้นจากอาฯ บริสุทธิ์ผุดผ่อง
สาะ” ถ้าพูดให้เต็มความก็ต้องพูดว่า “เมื่อฝึกสมาธิ เท่ากับบอกว่า การที่จะวัดว่าตนเองปฏิบัติมรรค
มีองค์ ๘ ดีแล้วหรือยัง ก็วัดตรงใจใส่ ถ้าใจหยุด
เมื่อไหร่ ใจจะต้องใส ใส่แล้วจึงบริสุทธิ์ ผุดผ่อง
ต่อเนื่องดีแล้วก็ทำให้มรรคมีองค์ ๘ สมบูรณ์ เลย
ทำจิตให้หลุดพ้นจากอาสวะกิเลส พ้นทุกข์ไปได้” แต่
ถ้าพูดอย่างหลวงพ่อท่านพูด ก็ละไว้ในฐานที่เข้าใจว่า เพราะฉะนั้นตอนนี้นั่งสมาธิไม่เห็นองค์พระไม่เห็น
มรรคเจ็ดองค์แรกนั้นได้ทำกันอยู่บ้างแล้ว ในชีวิต ดวงแก้ว ไม่มีความสว่างผุดสักที แสดงว่ามรรคมีองค์
ประจํา วัน
4 ยังไม่สมบูรณ์ ยังกระท่อนกระแท่นเต็มที่
จริงๆ แล้วคนดีๆ ทั่วๆ ไปก็มีมรรคมีองค์ ๘ ทีนี้เมื่อเป็นสมาธิดีใจของพระองค์ก็เลยหยุด ก็ใส
บ้างแล้ว แต่ไม่ครบกล่าวคือ มีสัมมาทิฏฐิ ได้แก่ความ ก็บริสุทธิ์ ผุดผ่อง แล้วเมื่อใจหยุด ใจนิ่ง ใจใส
เข้าใจถูก เชื่อบุญเชื่อบาป กันอยู่บ้างแล้ว มีสัมมา- บริสุทธิ์ผุดผ่อง จึงมีสิ่งหนึ่งผุดขึ้นในนิ่งนั้น ผุดขึ้นเอง
สังกัปปะ คือ มีความคิดถูก มีความคิดดีๆ อยู่บ้าง จะเรียกว่า ธรรมะ ก็ได้ ทำให้เห็นแล้วก็รู้ตามนั้น
แล้ว มีสัมมาวาจา คือ พูดถูก พูดดี ก็มีอยู่แล้ว มี แล้วพระเดชพระคุณหลวงพ่อก็อุปมาว่า น้ำอุ่น
สัมมากัมมันตา การกระทำถูกคือไม่เกะกะเกเรก็มีอยู่ แม้อิฐสักก้อนหนึ่งอยู่ในโอ่งเราก็มองไม่เห็น แต่ถ้า
แล้ว การประกอบอาชีพที่ถูกต้องเป็นสัมมาอาชีวะก็ น้ำนั้นนอนนิ่งใส บริสุทธิ์ แม้แต่เข็มอยู่ก้นโอ่งเราก็
มีอยู่แล้ว มีอยู่ปกติในคนทั่วไป มีความเพียรที่จะ
กำจัดกิเลสคือสัมมาวายามะ ก็มีอยู่แล้ว แต่ที่ค่อน
ข้างจะขาดกันเป็นปกติคือ การฝึกสติ (สัมมาสดี) และ
การฟิกสมาธิ (สัมมาสมาธิ) ครั้นพอลงมือฝึกสมาธิ
เข้าไปเมื่อไหร่ เนื่องจากสมาธิกับสติเป็นองค์คุณคู่
แฝดเกิดร่วมกันไปอยู่แล้ว ใครฝึกสมาธิก็ได้ชื่อว่า
ฟิกสติ ใครฟิกสดก็ได้ชื่อว่าฟิกสมาธิ เพราะฉะนั้นเมื่อ
ตั้งใจทำสมาธิให้ต่อเนื่องกันไป มรรคมีองค์ ๘ ก็
เกิดได้ครบสมบูรณ์ หลวงพ่อท่านเลยพูดรวบยอด
“ยังมีค่าว่า “สัมมา” นำหน้า สัมพุทโธอีกค่าหนึ่ง
ให้เข้าใจง่าย ว่า “เมื่อสมาธิจิตดีแล้วก็จะหลุดพ้นจาก คำว่า สัมมา แปลว่า โดยชอบหรือถูกต้อง ก็พระ
อาสวะ จิตของพระองค์ก็จะใส นิ่ง หยุด และ องค์ตรัสรู้อะไร มีเหตุผลยันกันได้เสมอ จึงได้ชื่อว่า
มองเห็น อุปมาได้ชัดเจนมาก ใจมนุษย์โลกโดยทั่ว
ไป แม้พระธรรมกายมีอยู่ในตัวก็ไม่เห็น เพราะใจไม่ใส
ใจไม่หยุด ใจไม่นิ่ง ก็เลยไม่เห็น แต่ลงมือปฏิบัติ
มรรคมีองค์ ๘ ได้ถูกส่วนเมื่อไหร่ ก็จะหยุด ก็จะนิ่ง
ก็จะใส แล้วก็จะเห็นพระธรรมกาย แล้วก็อาศัย
พระธรรมกายไปรู้ไปเห็นสิ่งที่ยิ่งๆ ขึ้นไปอีก
ในย่อหน้าต่อมา พระเดชพระคุณหลวงพ่อก็ได้
ขยายความตอวา
วารสารกัลยาณมิตร ๒๘ มี น า ค ม ๒๕๔๑