การถกเถียงของเด็ก วารสารกัลยาณมิตร ปี 2541 ฉบับที่ 3 หน้า 107
หน้าที่ 107 / 132

สรุปเนื้อหา

ตั้งใจจะช่วยไกล่เกลี่ย ถามเด็กทั้ง ๒ ว่า “พวกเธอกำลังเถียงกันเรื่องอะไร" เด็กคนหนึ่งพูดว่า “คุณลุง คุณลุงคือใครครับ เรื่องที่คุณลุงรู้จะต้องมากกว่าที่พวกผมรู้แน่ๆ ขอเชิญคุณลุงช่วยเป็น กรรมการตัดสินให้พวกผมด้วยนะครับ” ขงจื้อตอบว่า “ฉันคือของจื้อแห่งรัฐหลู่ เชิญบอกฉันก่อนว่า พวกเธอกำลังถกเถียงกันเรื่องอะไร" เด็กอีกคนพูดว่า “ที่แท้ คุณลุงคือ ขงจื้อ ลุงเป้นคนที่ฉลาดที่สุดในโลก" ขงจื้อพูดว่า "รีบบอกปัญหาให้ฉันฟัง คุณลุงต้องสามารถตัดสินปัญหานี้ให้พวกเราได้แน่ๆ เพราะใครๆ ก็รู้ว่าคุณ เด็กคนหนึ่งพูด “ผมคิดว่าพระอาทิตย์ เมื่อตอนเพิ่งโผล่พ้นขอบฟ้าในเวลาเช้าอยู่ใกล้ เวลาเที่ยงอยู่ไกลจากคนเรา" เด็กอีกคนพูดว่า “ที่เขาพูดไม่ถูก ผมคิดว่าพระอาทิตย์ตอนเช้าอยู่ไกล ตอนกลางวันอยู่ใกล้คนเรา” ขงจื้อพูดว่า “พวกเธอล

หัวข้อประเด็น

- การถกเถียงของเด็ก

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ตั้งใจจะช่วยไกล่เกลี่ย ถามเด็กทั้ง ๒ ว่า “พวกเธอกำลังเถียงกันเรื่องอะไร" เด็กคนหนึ่งพูดว่า “คุณลุง คุณลุงคือใครครับ เรื่องที่คุณลุงรู้จะต้องมากกว่าที่พวกผมรู้แน่ๆ ขอเชิญคุณลุงช่วยเป็น กรรมการตัดสินให้พวกผมด้วยนะครับ” ขงจื้อตอบว่า “ฉันคือของจื้อแห่งรัฐหลู่ เชิญบอกฉันก่อนว่า พวกเธอกำลังถกเถียงกันเรื่องอะไร" เด็กอีกคนพูดว่า “ที่แท้ คุณลุงคือ ขงจื้อ ลุงเป้นคนที่ฉลาดที่สุดในโลก" ขงจื้อพูดว่า "รีบบอกปัญหาให้ฉันฟัง คุณลุงต้องสามารถตัดสินปัญหานี้ให้พวกเราได้แน่ๆ เพราะใครๆ ก็รู้ว่าคุณ เด็กคนหนึ่งพูด “ผมคิดว่าพระอาทิตย์ เมื่อตอนเพิ่งโผล่พ้นขอบฟ้าในเวลาเช้าอยู่ใกล้ เวลาเที่ยงอยู่ไกลจากคนเรา" เด็กอีกคนพูดว่า “ที่เขาพูดไม่ถูก ผมคิดว่าพระอาทิตย์ตอนเช้าอยู่ไกล ตอนกลางวันอยู่ใกล้คนเรา” ขงจื้อพูดว่า “พวกเธอลองพูดเหตุผลของตัวเองมาดู" เด็กคนหนึ่งพูดว่า “พระอาทิตย์ตอนเพิ่งพ้นขอบฟ้าเวลาเช้า ดวงกลมโด โตพอๆ กับล้อรถเลย แต่พอกลางวันก็เล็ก ลงเหลือขนาดราวๆ ชามข้าวเท่านั้น สิ่งของยิ่งอยู่ไกลก็ยิ่งดูเล็ก เพราะฉะนั้นแสดงว่าพระอาทิตย์ตอนเช้าอยู่ใกล้ ตอน กลางวันอยู่ไกล” เด็กอีกคนพูดว่า “ผิดโดยสิ้นเชิง ดอนเช้าพระอาทิตย์เพิ่งออกมา พวกเรารู้สึกเย็นสบาย พอถึงดอนเที่ยงก็ส่องแสง จนคนเหงื่อท่วมตัว เวลาเราอยู่ใกล้ไฟก็จะรู้สึกร้อน ถ้าอยู่ห่างออกมาก็ไม่ค่อยรู้สึก ดังนั้นผมคิดว่า พระอาทิตย์ดอน เที่ยงอยุ่ใกล้ พอเด็ก ๒ คน พูดจบ ก็ถามขงจื้อว่า จริงๆ แล้วความคิดของพวกตนของใครถูก ขงจื้อดูเหมือนได้รับความลำบากจากปัญหานี้แล้ว นั่งอึ้งไปชั่วขณะ ไม่รู้จะตอบอย่างไร และตอบเด็กไปว่า “ฉันยัง ไม่อาจตัดสินโดยเด็ดขาดไปว่า ความคิดของพวกเธออันไหนถูก เพราะฉันยังไม่เคยได้ค้นคว้าวิจัยเรื่องนี้มาก่อน” เด็ก ๒ คนนั้นคิดในใจว่า “ขงจื้อได้ชื่อว่าเป็นนักวิชาการที่เก่งที่สุด แต่ปัญหานี้แม้กระทั่งขงจื้อยังตอบไม่ได้ แล้ว พวกเราเพิ่งมีความรู้สึกเท่าไรเชียว ถึงได้ปักใจมั่นหัวชนฝาว่าความคิดของตัวเองถูก ช่างเป็นเรื่องไม่สมควรจริงๆ” ท่านสาธุชนทั้งหลาย เราเคยเป็นคนดื้อปักใจมั่นเชื่อในความคิดของตนเอง จนไม่ยอมรับฟังความคิดคนอื่นบ้างไหม แก้วน้ำที่ปิดฝาอยู่ต่อให้เอาน้ำมาเทลักโอ่ง ก็คงไม่เข้าสักหยด แต่ถ้าเปิดฝาออก เทน้ำลงไป ประเดี๋ยวก็เต็มเปี่ยมทีเดียว ถ้าเราเปิดใจเราให้กว้าง เราก็จะได้เรียนรู้อะไรต่างๆ มากมาย ไม่เป็นกบในกะลาครอบ และขอให้ดูตัวอย่างขงจื้อ แม้ได้ รับยกย่องเป็นปราชญ์ใหญ่ในยุคนั้น แต่เมื่อเจอเรื่องที่ตัวไม่รู้ ก็บอกตรงๆ ว่าไม่รู้ ไม่มีอาการกลัวหน้าแตก แล้วตอบ โมเมส่งเดชไป คนไม่รู้แล้วไม่ชี้ยังดี ที่กลัวคือ คนที่ไม่รู้แต่ชี้ แล้วชี้ผิดๆ พาคนอื่นเข้าใจผิดตามๆ กันไปด้วย ความรู้ต่างๆ ในโลกที่เกิดจากการขบคิดไตร่ตรองด้วยเหตุผล ไม่ว่าจะเป็นความคิดของนักวิชาการที่เก่งเพียงใด ก็ ล้วนมีโอกาสผิดพลาดทั้งสิ้น ทฤษฎีต่างๆ ในโลก ตั้งขึ้นแล้วก็มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเพราะเป็นความรู้ที่เกิด จากความคิด (จินดามยปัญญา) มีเพียงความรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่เกิดจากการปฏิบัติธรรม (ภาวนามยปัญญา) เท่านั้นที่ถูกต้องจริงแท้ ตลอดกาล ทนทานต่อการพิสูจน์ เพราะเป็นความรู้จากใจที่สงบหยุดนิ่ง สว่างไสว ปราศจาก กิเลสอวิชชา ที่มายุ่มย่ามใจ เป็นความรู้ที่ท่าให้พ้นทุกข์ ทำให้โลกสงบเย็น เรา มา ปฏิบัติ ธรรม เพื่อให้เข้าถึง ความรู้ ชนิด นี้ กัน เถิด () มีนาคม ๒๕๕® ๑๐๕ วารสารกัลยาณมิตร
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More