ข้อความต้นฉบับในหน้า
น
ถูกต้อง เพราะการพูดอะไรไม่มีเหตุผลรับสมหรือ “พระพุทธวจนะที่ควรน่า มาสาธกหรือขยาย
ยันกันได้แล้ว ตามหลักธรรมดาเรียกว่าไม่ถูกต้องมี ความในที่นี้ว่าแต่เพียงสั้นๆ ก็ว่า พระองค์ตรัสรู้เหตุ
เหตุผลรับลมกันจึงจะนับว่าถูก พระสัทธรรม และตรัสรู้ผล ไม่ใช่รู้แต่เหตุหรือ แต่ผล พระองค์ตรัสรู้
สอนของพระองค์มีเหตุผลรับสมกันอยู่เสมอไม่ ทั่วเหตุ ตรัสรู้ทั่วผล ที่ว่านี้คืออะไร เหตุสุขเหตุทุกข์
คลาดเคลื่อน จึงสมควรแล้วที่ได้พระเนมิตกนามว่า เหตุไม่สุขเหตุไม่ทุกข์ ที่เรียกว่าอัพยากฤต มีสภาพ
สัมมาสัมพุทโธ"
เป็นกลาง
การตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นไปอย่าง ทง ๓ อย่างนี้ เป็นรากฐานแห่งการตรัสรู้ของ
เป็นขั้นเป็นตอนมีเหตุมีผลรองรับ เริ่มตั้งแต่เมื่อใจ พระองค์ กล่าวคือ สุข พระองค์ก็ไม่ทรงรู้แต่สุขเฉยๆ
ของพระองค์หยุดนิ่งด้วยอำนาจของมรรคมีองค์ ๘ ตรัสรู้ลึกซึ้งเข้าไปถึงว่า อะไรเป็นเหตุให้เกิดสุขด้วย
พอใจหยุดนิ่งดี ใจก็เลยใส ใส่แล้วพระธรรมกาย แล้วอีก ๒ ประการนั่นก็เช่นเดียวกัน รู้ทั้งเหตุ รู้
ปรากฏขึ้น แล้วอาศัยตาของพระธรรมกาย ไปเห็น ทั้งผลคู่กันไป เป็นต้นว่าสุขเป็นผลคือความสบาย
สรรพสิ่งทั้งหลายตรงไปตามความเป็นจริง นั่นคือ กายสบายใจ อะไรเล่าเป็นเหตุที่ให้เกิดผลคือสุขดัง
จักขุได้เกิดขึ้นแล้ว เมื่อ
เห็นตรงไปตามความเป็น
จริงก็เลยรู้ไปตามความ
เป็นจริง คือญาณได้เกิดขึ้น
แล้ว จึงสามารถหยั่งรู้เหตุ
หยั่งรู้ผลสามารถสาวเหตุ
ไปหาผล สาวผลไปหาเหตุ
ไตเออ ปัญญาได้เกิดขึ้นแล้ว
แล้ววิชชาก็ได้เกิดขึ้น
ทำให้สามารถกำจัดกิเลส
ได้อย่างเด็ดขาด และพอ
กำจัดกิเลสได้เด็ดขาดไม่มี
ความมีดใดๆ มาห่อหุ้มใจ
เราได้อีก อาโลโก ความ
สว่าง ก็เลยเกิดขึ้น ไม่มี
ประมาณ ก็เลยทำให้สิ่งที่
พระองค์รู้นั้นถูกต้อง
wwwwww
กล่าวนั้น พระองค์ตรัสไว้ว่า
อโลภะ อโทสะ อโมหะ ไม่
โลภ ไม่โกรธ ไม่หลง ๓
ประการนี้แหละเป็นเหตุ ดัง
มีบาลีเป็นที่ยืนยันว่า กุสลา
ธัมมา อกุสลาธัมมา อนุ
ยากตาธมฺมา เป็นอาทิ โลภ
โกรธ หลงเป็นฝ่ายอกุศล
ตรัสว่าเป็นเหตุแห่งทุกข์
เราปุถุชนมักรู้กันแต่ผล
สาวหาเหตุไม่ใคร่ถึง เช่น
คนทำโจรกรรมแล้ว ไป
ต้องโทษอย่างมาก ที่รู้กัน
ทั่วไปมักอยู่ในขั้นหยาบๆ ว่า
ผลที่ต้องได้รับทุกข์คือการ
ต้องโทษนั้น เนื่องมาจาก
โจรกรรม แต่แท้จริงเหตุ
ยืนยันกันได้ ทุกสิ่งทุกประการจึงมีเหตุผลรับสมกัน เท่านั้นยังไม่พอ ต้องสาวเข้าไปอีก ทำไมเขาจึงทำ
ดีเสมอไม่คลาดเคลื่อน จึงสมควรที่พระองค์จะได้ โจรกรรม ก็จะได้ความว่าเพราะโลภะเป็นมูลเหตุ
เนมิตกนามประการนี้
แต่ก็ยังไม่พอ ต้องสาวเข้าไปอีกว่าทำไมโลภะจึง
มี น า ค ม
๒๕๔๑ ๒๗ วารสารกัลยาณมิดร