ข้อความต้นฉบับในหน้า
บุญใหม่ที่เราทำในวันนี้ จะเป็นบุญเก่าของเราในวันพรุ่งนี้
บุญใหม่ของเราในปีนี้ ก็จะเป็นบุญเก่าของเราในปีหน้า บุญของเราในชาตินี้
ก็จะเป็นบุญเก่าของเราในชาติหน้า
แล้วมาต้องอธิบาย
ท่าให้เกิดความอยาก ความอยากชนิดกามตัณหา คือ
สัมผัสที่ถูกใจ ความ
ที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านกล่าวว่ามีว่าต้อง อยากจะได้รูป เสียง กลิ่น รส
อธิบายเพราะชัดเจนอยู่ในตัวแล้ว ก็เพราะว่าท่านผู้ อยากชนิดภวตัณหา ท่าให้เกิดอยากในรูปภพ และ
ฟังในคราวนั้น ที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อเทศน์ วิภวตัณหา ความอยากในอรูปภพ ก็ด้วยอำนาจของ
ท่านเหล่านั้นเข้าวัดปฏิบัติธรรมมานาน แล้วก็คุ้น โลภ โกรธ หลงนี่แหละ
กับพระไตรปิฎก บทอุทานของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เพราะฉะนั้นการที่จะก่าจัดทุกข์ได้จะต้อง
บทนี้ เมื่อตรัสรู้ใหม่ๆ นั้นเป็นที่ท่องได้คล่องปาก ปฏิบัติมรรคมีองค์ ๘ จนกระทั่งเข้าถึงพระธรรมกาย
ว่าวได้ขึ้นใจของประชาชนคนไทยสมัยพระเดชพระ
เข้าถึงพระธรรมกายได้ถึงจะไปเห็นอวิชชา เมื่อ
คุณหลวงพ่อวัดปากน้ำ แต่พอมาถึงพวกเราแล้วพวก เห็นอวิชชา ก็จะกำจัดได้ทั้งเจ้ากิเลส ทั้งเจ้าตัณหา
เราก็ไม่คุ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คำว่า กิเลส ค่าว่า
ตัณหา ค่าว่า อวิชชา
อวิชชาเป็นรากเหง้าของกิเลส เรียกว่า สมุทัย
เป็นต้นตระกูลของเชื้อโรคใจทั้งหลาย แล้วก็แตกลูก
แตกหลานแตกออกไปเป็น ๓ กลุ่มใหญ่ๆ พอเกิด
ขึ้นแล้วท่าให้น้ำหล่อเลี้ยงใจแดง ท่าให้เกิดลักษณะ
ชอบกอบโกยเข้ามาหาตัว กลุ่มนี้คือ โลภะ เมื่อแตก
กิ่งแตกก้านออกไปแล้วก็ท่าให้น้ำหล่อเลี้ยงใจต่า มี
อาการชอบท่าลายทุกอย่างที่ขวางหน้า กลุ่มนี้คือ
โทสะ ส่วนกลุ่มที่ ๓ โมหะ เข้าไปท่าร้ายใจ ทำให้มี
สีเหมือนน้ำล้างเนื้อ ท่าให้โง่ๆ เซ่อๆ
โลภะ โทสะ โมหะ เมื่อแตกกิ่งแตกก้านออกไป
มากเข้าๆ บ่อนท่าลายใจไปมากเข้าๆ ทำให้ใจเกิด
ความอยาก อย่างที่สุดเลย เป็นความอยากที่เรียกว่า
ตัณหา เหมือนเชื้อโรคมาเลเรียบ่อนทำลาย แล้วทำให้
เป็นไข้จับสั่น โลภะ โทสะ โมหะ บ่อนทำลายแล้ว
เรียบหมด
โดยสรุป พระคุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ประการที่ ๒ สัมมาสัมพุทโธ คือ พระองค์ทรงทั้งรู้
ทั้งเห็น แทงตลอดในเหตุและผลของสรรพสิ่งทั้ง
หลายตรงตามความเป็นจริง ด้วยพระธรรมกาย
ของพระองค์เอง โดยมิได้มีผู้หนึ่งผู้ใดสั่งสอนเลย
เพราะพระองค์ทรงถึงพร้อมด้วยพระคุณทั้ง ๒
ประการแรกนี้ คือ อรหัง และ สัมมาสัมพุทโธ จึง
ทรงได้เนมิตกนามว่า พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
ดังนี้
วารสารกัลยาณ ตร ๓๔ มีนาคม ๒๕๔๔0