ข้อความต้นฉบับในหน้า
“อรชชา มันขนาดเหมือนเมล็ดโพธิ์ เมล็ดไทร
อยู่ในศูนย์กลางของใจมนุษย์นะ มันคิดมาตั้งแต่เกิด อยู่ในนั้น พอโตขึ้นมันก็ขยาย
ตลอดชีวิต
มีรูปร่างให้เห็นชัดเลขล่ะ”
ทำให้รู้ผิดๆ หรือเข้าใจผิดๆ แล้วก็เลยข่าวให้ตัดสิน ความดาย และความเศร้าโศกต่างๆ สิ่งเหล่านี้จะดับ
ใจที่จะทำสิ่งหนึ่งประการใดลงไปในทางที่ผิดๆ ไป ได้ก็เพราะดับชาติ ชาติดับได้ก็เพราะดับภพ ภพจะ
ดับได้ก็เพราะอุปาทานดับ อุปาทานจะดับได้เพราะ
ทำนองเดียวกันกับการที่เอาแว่นสีมาสวม ถ้า ตัณหาดับ ตัณหาจะดับได้ก็เพราะเวทนาดับ เวทนา
เอาแว่นสีเขียวสวมแล้ว หญ้าแห้งก็จะเห็นเป็น จะดับได้เพราะผัสสะดับ ผัสสะจะดับได้ก็ต่อเมื่อ
หญ้าสีเขียวๆ หากเอาแว่นสีดำมาใส่ดูดวงอาทิตย์สี อายตนะดับ อายตนะจะดับได้ต่อเมื่อนามรูปดับ
แดงโร่ ก็จะเห็นเป็นสีดำ เอาแว่นสีอะไรมาใส่ก็จะ นามรูปจะดับได้ต่อเมื่อวิญญาณดับ วิญญาณจะดับ
เห็นสิ่งต่างๆ ที่ตัวเข้าไปเกี่ยวข้องนั้นผิดไป ไม่ตรง ได้ต่อเมื่อสังขารคับ สังขารจะคับลงได้ก็เพราะ
ไปตามความเป็นจริง
อวิชชาดับเหตุผลเกิดดับเกี่ยวข้องกันเป็นลูกโซ่เช่นนี้
“พระธรรมเทศนาของพระองค์เมื่อตอนตรัสรู้ เรียกว่า ปัจจยาการ ที่พระองค์ได้รู้แจ้งแทงตลอด
ใหม่ๆ หนักไปในทางแสดงเหตุและการดับเหตุ ในวันตรัสรู้นั้นทั้งสิ้น พิจารณาตามลำดับ ดังที่ยก
หรือที่เรียกว่า สมุทัย กับ นิโรธ ดังเช่นในการให้ ขึ้นกล่าวมาข้างต้น เมื่อยื่นให้ได้ความเข้าใจอันจะ
พิจารณาเรื่องสังขาร ในด้าน สมุทัย ว่า อวิชชา เป็นผลในทางปฏิบัติแล้ว ก็มีตัวสำคัญอันเดียวคือ
ปัจจยา สงฺขารา ฯ และในด้าน นิโรธ ว่าอวิชชาย อวิชชา เป็นมูลรากฝ่ายเกิด หรือที่เรียกว่า สมุทัย
เทวว- อเสสวิราคนิโรธา
และในทางดับหรือที่เรียกว่านิโรธก็ทำนองเดียวกัน
ในด้าน สมุทัยนั้น แปลความเป็นสยามภาษาว่า อวิชชาเท่านั้นเป็นตัวการสำคัญถ้าดับอวิชชาได้อย่าง
อวิชชาเป็นปัจจัยให้เกิดสังขาร สังขารเป็นปัจจัยให้ เดียว อื่นๆ ตับเรียบหมด เพราะอวิชชาเหมือนต้น
เกิดวิญญาณ วิญญาณเป็นปัจจัยให้เกิดนามรูป ไฟ แต่ถ้าอังดับอวิชชาไม่ได้แล้ว ก็ไม่มีหวังว่าอย่าง
นามรูปเป็นปัจจัยให้เกิดอายตนะ๖ อายตนะ ๖ เป็น อื่นจะดับได้ ที่หมายสำคัญในคำสอนของ พระองค์
ปัจจัยให้เกิดผัสสะ ผัสสะเป็นปัจจัยให้เกิดเวทนา จึงอยู่ที่ว่า ให้ผู้ปฏิบัติเพียรหาทางกำจัดอวิชชาเสีย
เวทนาเป็นปัจจัยให้เกิดตัณหา ตัณหาเป็นปัจจัยให้ จึงจะพ้นจากห้วงลึกคือวัฏฏสงสารได้”
เกิดอุปาทาน อุปาทานเป็นปัจจัยให้เกิดภพ ภพเป็น
ปัจจัยให้เกิดชาติ ชาติเป็นปัจจัยให้มีความแก่
อวิชชา → สังขาร →→ วิญญาณ 4,
ความทุกข์ทั้งหลาย
←
ชาดี
++
"ที่หมายสําคัญของค่าสอนของพระพุทธองค์อยู่
+
นามรูป
อายตนะ ๖
ผัสสะ
เวทนา
ภพ
อุปาทาน
→
ตัณหา
วารสารกัตยาณมิ ร
0)๒
มีนาคม ๒๕๔๑