ข้อความต้นฉบับในหน้า
พระธรรมเทศนา
เรียบเรียงจากพระธรรมเทศนา พระมงคลเกพมุนี (สด จบุกสโร) หลวงพ่อวัดปากบา กาษีเจริญ
กัณฑ์ “พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์
ตัวพระรัตนตรัย
และการเข้าถึง
อะไรแน่ที่เรียกว่า พระรัตนตรัย
อย่างไร
และการเข้าถึงพระรัตนตรัยนั้นจะเข้าถึงได้
รัตนะ แปลว่า แก้ว ในที่นี้หมายเอาแก้วอย่างประเสริฐ เช่น แก้วมณีโชติ ซึ่งนับถือกันว่าเป็นแก้วมีคุณวิเศษ
สูงสุด ใครมีไว้ย่อมชื่นชมโสมนัสอิ่มอกอิ่มใจยิ่งกว่าทรัพย์สินอย่างอื่นทั้งหมดในโลก แก้วคือพระรัตนตรัยนี้เหมือน
กัน ผู้ใดเข้าถึงก็ย่อมอิ่มใจ ชื่นใจเช่นเดียวกัน
ร่างกายพระสิทธัตถะ ไม่ใช่พุทธรัตนะ พระสิทธัตถะทรงกระทำความเพียรอยู่ถึง ๖ พรรษา จึงพบรัตนะอัน
ลี้ลับซับซ้อนอยู่ในพระองค์ คือ กายธรรม มีลันฐานเหมือนพระปฏิมากรเกตุดอกบัวตูม มีสีใสเหมือนกระจก
ปรากฏอยู่ในศูนย์กลางกาย ที่ว่านี้มีหลักฐานใน อัคคัญญสูตร ที่พระองค์ตรัสแก่วาเสฏฐสามเณรว่า ตถาคตสุส
เหด์ วาเสฏฐาธิวจนํ ธมฺมกาโย อห์ อิติปีฯ ในสุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค ยืนยันความว่า ดูกรวาเสฏฐ
สามเณร คำว่า ธรรมกายนี้เป็นชื่อตถาคตโดยแท้
ดังที่ยกขึ้นมากล่าวข้างต้นนั้น เมื่อระลึกถึงความในอัคคัญญสูตรนี้ประกอบแล้ว ย่อมล่องความให้เห็นว่า ที่
พระองค์ตรัสในเรื่องพระวักกว่า ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นเรา นั้น หมายความว่า ผู้ใดเห็นดวงธรรมที่ทำ ให้เป็น
ธรรมกาย ผู้นั้นได้ชื่อว่าเห็นเรา คือตถาคตนั่นเอง มิใช่อื่นไกล หรือพูดให้เข้าใจง่ายกว่านี้ก็ว่า ผู้ใดเห็นดวงธรรม
ที่ว่านี้ ผู้นั้นเห็น พระพุทธเจ้า หรืออีกอย่างหนึ่งว่า ผู้ใดเห็นธรรมกาย ผู้นั้นเห็นพระพุทธเจ้า
ทำไมจึงหมายความเช่นนั้น ก็เพราะว่า ขณะนั้นพระวักกลิก็อยู่ใกล้ๆ กับพระองค์หากจะแลดูด้วยลูกตา
ธรรมดาทำไมจะไม่เห็นพระองค์ เพราะไม่ปรากฏว่าพระวักกสินั้นตาพิการ เมื่อเช่นนี้โฉนพระองค์ตรัสเช่นนั้นเล่า
ที่ตรัสเช่นนั้นจึงตีความหมายได้ว่า ที่แลเห็นด้วยตาธรรมดานั้น เห็นแต่เปลือกของพระองค์ คือกายพระ
วาวสาวกัลยาณมิตร ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๔®