ข้อความต้นฉบับในหน้า
หลวงพ่อตอบปัญหา
โดย พระกาวนาวิริยคุณ (หลวงพ่อกัตตชีโว)
ถามในพระไตรปิฎกมีการ
ถ้าเปลี่ยนเป็นอุบาสิกาหรือ
กล่าวถึงโทษภัยของสตรีไว้มากมาย ภิกษุณีที่อยากจะสึกหาลาเพศไปมี
แม้แต่เรื่องการจะขอบวชเป็นภิกษุณี
ครอบ ครัว เพราะทนความเสน่หา
พระพุทธองค์ก็ทรงปรามพระอานนท์ ต่อบุรุษไม่ได้ พระพุทธองค์ท่านก็
ไว้ถึง ๓ ครั้ง แล้วทรงบัญญัติครูธรรม ตรัสถึงเล่ห์ร้ายของผู้ชาย หรือ
๘ ประการไว้ปฏิบัติจึงอนุญาตให้ โทษภัยของการครองเรือนให้ฟัง
บวชภิกษุณีได้ ทำไมพระพุทธเจ้าจึง ผู้ชายก็ไม่ได้มีพิษสงน้อยกว่าผู้
มีอคติกับสตรีถึงอย่างนั้น หญิงหรอก เพราะในโลกนี้ ไม่มีผู้
ชายคนไหนที่ไม่เคยเกิดเป็นผู้หญิง
ตชิ 1-1 ก่อนอื่นต้องปรับความ และไม่มีผู้หญิงคนไหนที่ไม่เคยเกิด
เข้าใจให้ถูกต้องเสียก่อน โทษภัย เป็นผู้ชาย
ของสตรีที่กล่าวไว้นั้นเป็นเรื่องจริง
นี่เป็นการเทศนาสั่งสอนของพระ
ไม่ใช่การใส่ร้ายป้ายสี พระพุทธ พุทธองค์ในเชิงของการชี้โทษ
ศาสนาเอาส่วนนี้มาพูด เพื่อเตือน
กุลบุตรที่จะออกบวชเป็นพระ หรือ
เป็นพระแล้ว แต่อินทรีย์และพรหม”
จรรย์ยังไม่แก่กล้าพอ อาจพ่ายแพ้
แก่อำนาจกามราคะ ถอยกลับไป
ส่วนการสั่งสอนในเชิงบวกก็มี
ลองเปิดดูคัมภีร์ เถรีคาถา ซึ่งเป็น เถรีคาถา ซึ่งเป็นคัมภีร์ชุดหนึ่งใน
คัมภีร์ชุดหนึ่งในขุททกนิกายของ
สุตตันตปิฎก จะเห็นการทำความดี ชุททกนิกายของสุตตันตปิฎก จะ
การสร้างบุญบารมี และการฝึกฝน
ครองเรือนมีครอบครอบครัวก็ได้ อบรมตนของสตรีจนกระทั่งธาตุใน
หากกองทัพธรรมไม่แข็งแกร่งพอ ตัวบริสุทธิ์ หมดกิเลสเป็นพระอร
พระพุทธศาสนาก็ตั้งอยู่ได้ไม่นาน หันต์เถรีเข้านิพพานไปก็มากมาย
เห็นการทำ ความดี การสร้างบุญ
สัจธรรมก็ไม่แพร่หลาย โลกคือหมู่ ส่วนข้อสงสัยเรื่องทำไมจึงไม่ บารมี นึกฝนอบรมตนของสตรี
สัตว์ก็จะสุขสงบร่มเย็นได้ไม่นาน อยากให้มีภิกษุณีมากนัก เพราะใน
พระพุทธองค์ทําไปเพื่อสันติสุขของ หมู่คณะใดมีสตรีมากหมู่คณะนั้น
หมู่ชน ไม่ใช่ไปอคติต่อสตรีเพศ ตระกูลนั้นย่อมอ่อนแอ ถูกคุกคาม
พิจารณาดูให้ดี นี่คือเหตุผลที่ว่า ได้ง่าย ก็ขนาดอยู่กันน้อยๆ ก็ยังมี
จนกระทั่งธาตุในตัวบริสุทธิ์
ทำไมในพระไตรปิฎกจึงกล่าวถึงโทษ เรื่องจุกจิกกวนอารมณ์กันหรืออย่าง หมดกิเลสเป็นพระะอรหันต์เถรี
ภัยของสตรีไว้มากมาย
ภิกษุณีเจอกับพระในวัดก็ต้องระวัง
วาวสารกัลยาณมิตร ๓๒ พ ฤ ษ ภ า ค ม ๒๕๔๑