ข้อความต้นฉบับในหน้า
แสงสว่างอันไม่มีประมาณ
แห่งพระสัทธรรมอุบัติแล้ว
นับเป็นความโชคดีอย่างมหาศาลของมวล
มนุษยชาติทั้งหลาย ที่มีการบังเกิดขึ้นของพระ
สัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้เป็นผู้รู้ และเป็นผู้นำแสงสว่าง
ทางหลุดพ้นมาสู่โลก และแสงสว่างแห่งธรรมนั้น
สว่างยิ่งกว่าแสงใด ๆ เพราะเป็นแสงสว่างแห่งความ
หลุดพ้นและนำทุกคนสู่อมตสุขอันเป็นนิรันดร์ ซึ่งเรา
ทั้งหลายย่อมได้ประจักษ์แล้วว่า บัดนี้ แม้กาลเวลา
ล่วงมาถึง ๒,๖๐๐ ปี แห่งการตรัสรู้ธรรมขององค์
สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระพุทธธรรมที่
พระองค์ตรัสรู้นั้น ยังคงเป็นพระอริยสัจธรรม เป็น
ความจริงแท้ที่ได้รับการพิสูจน์มาทุกยุคทุกสมัยและ
ทำให้ผู้ประพฤติปฏิบัติตามพบกับความประเสริฐ
ได้ด้วยตัวของตัวเองโดยไม่จำกัดกาลเวลา ดังนั้น
เมื่อวันเวลาเวียนมาถึงวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน 5 ของ
ทุกปี ซึ่งเป็นวันที่ชาวพุทธในประเทศไทยและทั่วโลก
กําหนดให้เป็นวันวิสาขบูชา หรือวันของพระพุทธเจ้า
ชาวโลกทั้งหลายจักได้ย้อนรำลึกถึงพระพุทธองค์โดย
รำลึกถึงการเป็นวันแห่งการประสูติ หรือวันที่
พระองค์ทรงอุบัติขึ้นด้วย "รูปกาย" และยังรำลึก
ถึงการเป็นวันแห่งการตรัสรู้ของพระมหาบุรุษเอก
ผู้เป็นพระบรมครูของมนุษย์และเทวดาทั้งหลาย
เพราะเป็นวันที่การเข้าถึง “ธรรมกาย” ภายในตนได้
ถูกค้นพบ ...ความจริงแท้ได้ถูกเปิดเผย และอวิชชา
คือความไม่รู้ได้ถูกทําลายให้สิ้นไป... พร้อมกันนี้
วันวิสาขบูชาก็ยังเป็นวันแห่งการรำลึกถึงการเสด็จ
ดับขันธปรินิพพาน คือ การเสด็จจากโลกไปของ
พระพุทธองค์อย่างผู้มีชัยชนะเหนืออำนาจโลภะ
โทสะ โมหะ ซึ่งเป็นสิ่งร้อยรัดให้มนุษย์ต้องตกอยู่
ในวัฏฏะแห่งการเวียนว่ายตายเกิดอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
และในวาระโอกาสอันเป็นราตรีแห่งพระจันทร์วันเพ็ญ
ที่เรียกว่า “วันวิสาขบูชา” นี้ องค์การสหประชาชาติ
และชาวโลกทั้งหลายยังได้ประกาศให้เป็นวันสำคัญ
สากลของโลกอีกด้วย
เมืองไทย เมืองพระพุทธศาสนา
ปิ่นนานาอารยประเทศ
นับเป็นความโชคดีของพวกเราทั้งหลายที่
กระแสธรรมแห่งพระพุทธองค์ได้แผ่ขยายและสืบทอด
มายังแผ่นดินประเทศชาติของเรา จนพระพุทธศาสนา
ได้เข้ามาสู่วิถีชีวิตของเรา ก่อให้เกิดความสงบร่มเย็น
กลายเป็นวัฒนธรรมประเพณีและวิถีชีวิตของคนไทย
ตั้งแต่สมัยบรรพชนตราบจนถึงปัจจุบัน แม้ชาวต่าง
ประเทศทั้งหลาย เมื่อมองมาเมืองไทย ก็มองถึงความ
เป็นเมืองแห่งพระพุทธศาสนา หากเดินทางมาเยือน
เมืองไทย ก็มุ่งจะเยี่ยมชมรากเหง้าของชาวไทย
รากเหง้าที่ก่อให้เกิดวัฒนธรรมประเพณีไทยและ
วิถีชีวิตแบบไทย ซึ่งมีแต่ความสงบร่มเย็น ผู้คนอยู่
ร่วมกันอย่างมีสันติสุข โอบอ้อมอารี และฝักใฝ่ใน
คุณธรรม และในปัจจุบันนี้ เราทั้งหลายต่างมีความ
ภาคภูมิใจ ที่แม้ว่าพระพุทธศาสนาจะมิได้มีแหล่ง
กำเนิดในประเทศไทย แต่เรากล่าวได้ว่า ขณะนี้
ประเทศไทยมีพระพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองที่สุดใน
โลก ยากจะหาประเทศใดอื่นที่จะมีพระพุทธศาสนา
เจริญรุ่งเรืองเทียบเท่าประเทศไทยได้ เพราะนอกจาก
จะมีวัดวาอารามตลอดจนพระภิกษุสงฆ์เป็นจํานวน
มากแล้ว ประชาชนคนไทยกว่าร้อยละ ๙๐ ล้วนเป็น
แม้กาลเวลาล่วงมาถึง ๒,๖๐๐ ปี แห่งการตรัสรู้ธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมา
สัมพุทธเจ้า พระพุทธธรรมที่พระองค์ตรัสรู้นั้น ยังคงเป็นพระอริยสัจธรรม เป็นความ
จริงแท้ที่ได้รับการพิสูจน์มาทุกยุคทุกสมัย และทำให้ผู้ประพฤติปฏิบัติตามพบกับความ
ประเสริฐได้ด้วยตัวของตัวเองโดยไม่จำกัดกาลเวลา
๑๒
12