การบำเพ็ญเพียรของพระอรหันตสาวก วารสารอยู่ในบุญ ปี 2554 ฉบับที่ 104 เดือนมิถุนายน หน้า 66
หน้าที่ 66 / 96

สรุปเนื้อหา

ไว้ดีแล้ว เป็นธรรมเข้าใจง่าย เปิดเผย ประกาศไว้แล้ว เป็นดุจผืนผ้าเก่าที่ตัดไว้แล้วอย่างนี้ (หมายถึงทรงจำแนกธรรมไว้ดีแล้ว) กุลบุตรผู้บวชด้วยศรัทธา สมควรแท้เพื่อปรารภความเพียรในธรรมที่เรากล่าวไว้ดี แล้ว เป็นธรรมเข้าใจง่าย เปิดเผย ประกาศไว้แล้ว เป็นดุจผืนผ้าเก่าที่ตัดไว้แล้วอย่างนี้ว่า เนื้อและเลือดในร่างกายจงเหือดแห้งไป จะเหลืออยู่แต่หนัง เอ็น กระดูกก็ตามที่ ผลใดจึง บรรลุได้ด้วยเรี่ยวแรงของบุรุษ ด้วยความเพียรของบุรุษ ด้วยความบากบั่นของบุรุษ (ถ้า) ไม่บรรลุผลนั้น ก็งักไม่หยุดความเพียรของบุรุษ หลังจากนั้น พระบรมศาสดาก็ทรงให้ความมั่นใจในการบำเพ็ญเพียรว่า “บุคคลผู้ เกียจคร้าน เกลื่อนกล่นไปด้วยบาปอกุศลธรรมทั้งหลายย่อมอยู่เป็นทุกข์ และทำประโยชน์ ที่ยิ่งใหญ่ของตนให้เสื่อมเสียไป ส่วนบุคคลผู้ปรารภความเพี

หัวข้อประเด็น

- การบำเพ็ญเพียรของพระอรหันตสาวก

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ไว้ดีแล้ว เป็นธรรมเข้าใจง่าย เปิดเผย ประกาศไว้แล้ว เป็นดุจผืนผ้าเก่าที่ตัดไว้แล้วอย่างนี้ (หมายถึงทรงจำแนกธรรมไว้ดีแล้ว) กุลบุตรผู้บวชด้วยศรัทธา สมควรแท้เพื่อปรารภความเพียรในธรรมที่เรากล่าวไว้ดี แล้ว เป็นธรรมเข้าใจง่าย เปิดเผย ประกาศไว้แล้ว เป็นดุจผืนผ้าเก่าที่ตัดไว้แล้วอย่างนี้ว่า เนื้อและเลือดในร่างกายจงเหือดแห้งไป จะเหลืออยู่แต่หนัง เอ็น กระดูกก็ตามที่ ผลใดจึง บรรลุได้ด้วยเรี่ยวแรงของบุรุษ ด้วยความเพียรของบุรุษ ด้วยความบากบั่นของบุรุษ (ถ้า) ไม่บรรลุผลนั้น ก็งักไม่หยุดความเพียรของบุรุษ หลังจากนั้น พระบรมศาสดาก็ทรงให้ความมั่นใจในการบำเพ็ญเพียรว่า “บุคคลผู้ เกียจคร้าน เกลื่อนกล่นไปด้วยบาปอกุศลธรรมทั้งหลายย่อมอยู่เป็นทุกข์ และทำประโยชน์ ที่ยิ่งใหญ่ของตนให้เสื่อมเสียไป ส่วนบุคคลผู้ปรารภความเพียร ผู้สงัดจากบาปอกุศลธรรม ทั้งหลายย่อมอยู่เป็นสุข และทำประโยชน์ที่ยิ่งใหญ่ของตนให้บริบูรณ์ได้ การบรรลุธรรมที่เลิศด้วยธรรมอันเลว หามีไม่ แต่การบรรลุธรรมที่เลิศด้วยธรรม อันเลิศ ย่อมมีได้ พรหมจรรย์นี้ผ่องใสและน่าดื่ม พระศาสดาก็ยังอยู่เฉพาะหน้า เมื่อพระภิกษุเกิดความมั่นใจแล้ว พระบรมศาสดาก็ทรงให้กำลังใจต่อไปว่า “เพราะ เหตุนั้น เธอทั้งหลายจงปรารภความเพียร เพื่อถึงธรรมที่ยังไม่ถึง เพื่อบรรลุธรรมที่ยังไม่ บรรลุ เพื่อทำให้แจ้งธรรมที่ยังไม่ทำให้แจ้ง โดยตั้งใจว่า “บรรพชาของเราทั้งหลายนี้ เป็น ของไม่ต่ำทราม ไม่เป็นหมัน มีผล มีกำไร จักมีแก่เราทั้งหลาย เราทั้งหลายบริโภคจีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และคิลานปัจจัยเภสัชบริขารของชนเหล่าใด สักการะของชนเหล่านั้น จักมีผลมาก มีอานิสงส์มาก เพราะเราทั้งหลาย เธอทั้งหลายพึงสำเหนียกดังพรรณนามาฉะนี้แล ภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้พิจารณาเห็นประโยชน์ของตน สมควรแท้ เพื่อที่จะทำกิจ ของตนให้ถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาท หรือว่าบุคคลผู้พิจารณาเห็นประโยชน์ของผู้อื่น สมควรแท้ เพื่อที่จะทำกิจของผู้อื่นให้ถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาท หรือบุคคลผู้พิจารณา เห็นประโยชน์ทั้ง ๒ ฝ่าย สมควรแท้ที่จะทำกิจของทั้ง ๒ ฝ่ายให้ถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาท” นั่นก็หมายความว่า การปรารภความเพียรเป็นสิ่งที่ต้องทำอย่างยิ่ง เพราะทำให้ ทั้งการบวชของพระภิกษุ และการทำนุบำารุงด้วยข้าวปลาอาหารของญาติโยมไม่สูญเปล่า พระพุทธองค์ทรงสอนให้พระภิกษุใช้การตระหนักถึงความไม่สูญเปล่านี้ เป็นกำลังใจในการ ปรารภความเพียรอย่างอุทิศชีวิตเป็นเดิมพัน ดังนั้น จากพระบรมพุทโธวาทนี้ แม้พระพุทธองค์จะไม่ทรงมีพระชนม์ชีพอยู่แล้ว แต่ก็เหมือนกับทรงชี้ให้เห็นว่า พระภิกษุเถระ พระมัชฌิมะ พระนวกะในยุคปัจจุบัน จะ สามารถบรรลุโลกุตรธรรมได้ ก็ต้องบำเพ็ญภาวนาอย่างอุทิศชีวิต เช่นเดียวกับพระภิกษุ สาวกที่อยู่ต่อหน้าพระบรมศาสดาในยุคพุทธกาล ๗๗
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More