ข้อความต้นฉบับในหน้า
" ค้าขายเอากำาไรแล้วบาปไหม คือ ถ้าค้าขายเอากำาไรพอ
เหมาะพอควรก็ไม่บาป และถ้าอยากจะให้รวยเป็นพิเศษ
อยากจะโก่งราคาให้สูง ๆ ก็มีทั้งที่บาปและไม่บาป ถ้าโป
ค้าขาย โปโก่งราคา ไปกักตุนสิ่งที่เป็นความจําเป็นในการยังชีพ สิ่งนั้น
บาป อย่าทํา
สินค้าเกี่ยวกับปัจจัย ๔ ที่ต้องระวังมีอะไรบ้าง
๑. อาหาร
๒. เสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม
๓.
ที่อยู่อาศัย คือบ้านเรือน ตลอดจนวัสดุก่อสร้าง
๔. ยารักษาโรคภัยไข้เจ็บ
๔ อย่างนี้ ถ้าใครค้าขายเอากำไรเกินเหตุ หรือเข้าข่ายกักตุน นี่คือเจตนาที่จะให้เพื่อน
ร่วมโลกเดือดร้อนเสียหาย ตรงนี้ก็ขอบอกว่าอย่าทำเลย นรกจะกินหัวเอา ถึงแม้ว่าการค้าขาย
หรือกักตุนสิ่งเหล่านี้ด้วยการโก่งราคาอย่างที่ว่ามา อาจจะไม่ผิดกฎหมายของบ้านเมืองนั้น ๆ
แต่ว่าอย่าไปทำ ทำแล้วจะเป็นบาปติดตัว เกิดไปอีกกี่ภพกี่ชาติเบื้องหน้า ไม่ว่าบังเกิดในภพไหน
ๆ เดือดร้อนตลอดชาติ
แต่ว่าสินค้าบางอย่าง โก่งราคาได้โก่งเข้าไปเถิด พวกของฟุ่มเฟือยต่าง ๆ อยากจะโก่งราคา
เอากำไรเยอะ ๆ ไม่มีใครว่ากัน เพราะเป็นของฟุ่มเฟือย ไม่จำเป็น เช่น พวกเพชรนิลจินดา อยาก
จะตั้งราคาเท่าไร ตั้งเข้าไปเถิด ถ้าเขาซื้อละก็ แพงเท่าไรอย่าไปกลัว ใครติเราไม่ได้ หรือน้ำหอม
ที่เราค้นสูตรมาได้ ช่างหอมแสนจะวิเศษเหลือเกิน ถ้าเขายินดีจะจ่ายให้เราละก็ โก่งราคาเข้าไป
เถิด จะได้รวยเร็ว ๆ รวยแล้วรีบเอามาทำบุญก็แล้วกัน อย่างนี้เข้าท่า
เพราะฉะนั้นคำตอบสั้น
ๆ ว่า ค้าขายเอากำไรแล้วบาปไหม? คือ ถ้าค้าขายเอากำไร
พอเหมาะพอควรก็ไม่บาป และถ้าอยากจะให้รวยเป็นพิเศษ อยากจะโก่งราคาให้สูง ๆ ก็มีทั้งที่
บาปและไม่บาป ถ้าไปค้าขาย ไปโก่งราคา ไปกักตุนสิ่งที่เป็นความจำเป็นในการยังชีพ สิ่งนั้นบาป
อย่าทำ แต่ว่าถ้าสิ่งนั้นเป็นของฟุ่มเฟือย แต่ใคร ๆ ก็อยากได้ อยากประมูลแข่งกัน แพง ๆ ด้วย
อย่างนี้โก่งราคาได้ ไม่บาป 2