ข้อความต้นฉบับในหน้า
๑๖
วจัมพ์ เล่ม
เรื่อง : โค้ก อลงกรณ์ (www.banyaibook.com)
outryng
ปุ๋ยความคิด
บางคนเมื่ออ่านหนังสือประเภทนิยาย วรรณกรรม หรือเรื่องสั้น
เริ่มต้นอ่านไปได้ไม่ถึงกลางเรื่องก็รีบพลิกไปอ่านบทท้าย ๆ เพราะอดใจรอไม่ไหว
ขอให้ได้รู้ตอนจบล่วงหน้าเสียก่อนว่า เรื่องราวทั้งหมดจะลงเอยกันอย่างไร
เช่นเดียวกับคนที่อยากรู้ตอนสุดท้ายล่วงหน้าในเวลาที่ดูภาพยนตร์หรือละครซีรีส์
และก็เช่นเดียวกันกับเวลาทำโจทย์ทดสอบ เมื่อติดขัดก็มักอดใจไม่ได้
ต้องพลิกไปแอบดูค่าเฉลยท้ายเล่ม การได้ทราบคำตอบสุดท้ายก่อนแบบนี้
รวดเร็วทันใจและง่ายดี
เหตุผลสำคัญของผู้ที่ใจเร็วเหล่านี้คือเรื่องของเวลา ไม่มีเวลาอ่านหมดทั้งเล่ม
ไม่มีโอกาสติดตามดูได้ต่อเนื่องทั้งซีรีส์ บางเหตุผลเพียงแค่ต้องการรู้โครงเรื่องคร่าว ๆ
เพื่อไม่ให้ตกกระแส หรือเพื่อนำไปต่อยอดความคิด
มีบางเหตุผล ไม่อยากรับรู้เรื่องราวกลางเรื่อง
ที่ส่วนใหญ่เต็มไปด้วยความรันทดของพระเอก นางเอก อยากผ่านช่วงความทุกข์ยากลำบากเหล่านี้
เพื่อไปพบกับช่วงความสุขสมหวังในตอนจบเลยดีกว่า คล้าย ๆ ว่า อยากให้ช่วงกลางเรื่องนั้นได้หายไป
และเกิดขึ้นบ้างในชีวิตจริงของตน
มีผู้คนจํานวนไม่น้อยที่เข้าข่ายเป็นผู้ที่ไม่นิยมชมหนังกลางเรื่อง
ซึ่งผมยอมรับว่าเป็นผู้หนึ่งที่เข้าข่ายอยู่ในกลุ่มนี้ด้วย
สมาชิกกลุ่มนี้ ถึงแม้จะทราบค่าตอบสุดท้ายรวดเร็ว
แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นค่าตอบสุดท้ายในทุกโจทย์ชีวิตเสมอไป ในยามที่เจอปัญหาที่ซับซ้อนมาก ๆ
ยามนั้นผู้ที่เป็นสมาชิกสังกัดอยู่ในกลุ่มนี้จะเริ่มมีอาการป่วยใจ
เพราะภูมิต้านทานความอดทนเรื่องเวลาต่ำ
ความทุกข์จากการที่ไม่สามารถคาดเดาและมองเห็นตอนจบของการแก้ปัญหาได้
คงคล้ายกับการที่ต้องอึดอัดใจทนอ่านหนังสือไปทีละหน้า ๆ กว่าจะรู้ตอนจบ
จะพลิกไปอ่านท้ายเล่มก่อนเลยไม่ได้ ต้องฝืนทนดูฉากบู๊ล้างผลาญ ทนเจ็บร่วมกับพระเอกที่ถูกรังแก
ร่วมเอาใจช่วยนางเอกที่ถูกกลั่นแกล้ง อดทนเรื่อยไปอย่างนี้จนจบเรื่อง
ผมพยายามยามยื่นใบลาออกจากการเป็นสมาชิกกลุ่มนี้หลายครั้ง
แต่การลาออกอย่างถาวรนั้นมันไม่ง่ายเหมือนการพลิกไปอ่านตอนจบ
ทุกอย่างมีขั้นมีตอนที่ต้องดำเนินการ รวมแล้วใช้เวลานานมาก
สุดท้ายเมื่อทนผ่านไปทีละขั้นตอนต่อไปไม่ไหว การลาออกของผมเลยไม่เคยสำเร็จ
กลายเป็นคนอ่อนแอและภูมิต้านทานความอดทนยังคงค่าเช่นเดิม