ข้อความต้นฉบับในหน้า
ใหม่ด้วยการออกเดินบิณฑบาต ญาติโยมในหมู่บ้าน
พากันตื่นแต่เช้ามืดเพื่อเตรียมหุงหาอาหาร ควันไฟ
หุงต้มลอยผ่านหลังคาจากไป ได้กลิ่นข้าวปากหม้อ
ใหม่ ๆ อุ่น ๆ หอมจรุงมาแต่ไกล อากาศเย็นสบาย
คุณตา คุณยาย จูงมือหลานตัวเล็ก ๆ ออกมานั่ง
รอใส่บาตรพระอยู่หน้าบ้าน ท่านกำนันบอกกับเราว่า
วันนี้เป็นวันที่มีชาวบ้านมารอตักบาตรมากที่สุดตั้งแต่
เคยเห็นมา เรียกว่าเกือบทุกหลังคาเรือนก็ว่าได้
เพราะไม่เคยได้ยินมาก่อนว่าจะมีพระธุดงค์มารับ
บาตรนับร้อยรูป
พอเห็นพระธุดงค์เดินแถวมานับร้อยรูปตั้งแต่
โค้งถนน ชาวบ้านต่างชี้ชวนกันดูด้วยความดีใจ บ้าง
ตะโกนเรียกเพื่อนบ้านให้ออกมาดู ชวนให้มาใส่บาตร
ด้วยกัน รอยยิ้มและแววตาเปี่ยมปีติของชาวบ้าน
นั้นยากจะลืมเลือน ท่านผู้เฒ่าหลายคนถึงกับกลั้น
น้ำตาไว้ไม่อยู่ คุณยายคนหนึ่งบอกว่าตั้งแต่เกิดมา
จนอายุ < ๔๐ แล้ว ยังไม่เคยเห็นพระธุดงค์มากขนาด
นี้มาก่อนในชีวิต ต่อให้ตายก็นอนตายตาหลับ
เช้านี้กำนันเชิญชวนว่า บ้านไหนมีรถกระบะ
ให้มาช่วยกันขนอาหารบิณฑบาต ปรากฏว่าพระ
ธรรมทายาทได้ภัตตาหารมากถึง ๓ คันรถ เพราะ
ศรัทธาญาติโยมหลั่งไหลมาไม่ขาดสาย พอใส่บาตร
เสร็จชาวบ้านก็ตามไปอุปัฏฐากพระถึงที่วัด มาช่วย
กันคัดแยกภัตตาหาร และช่วยกันประเคนภัตตาหาร
ด้วยความอิ่มบุญ นับว่าการเดินธุดงค์ในครั้งนี้ ทำให้
ญาติโยมรักพระพุทธศาสนามากขึ้น ทำให้ศรัทธา
ที่เริ่มจะซบเซา วัดวาอารามที่เริ่ม
เริ่มจะร้าง กลับ
กลับฟินคน
ความสว่างไสว มีกำลังใจสืบต่ออายุพระพุทธศาสนา
ให้รุ่งเรืองยาวนาน
ช่วงบ่าย พระธรรมทายาทได้ชักชวนญาติโยม
ทุกคนทั้งเด็กและผู้ใหญ่ให้มาร่วมกันพัฒนาวัด
ทำความสะอาดเสนาสนะต่าง ๆ พอมาเห็นสภาพ
วัดที่ขาดการพัฒนามายาวนาน พระธุดงค์ทุกรูป
คิดเหมือนกันว่า รู้สึกหวงแหนวัด เป็นห่วงวัด เข้าใจ
ว่าทำไมพระเดชพระคุณหลวงพ่อถึงอยากให้มา