โอวาทพระราชภาวนาวิสุทธิ์ วารสารอยู่ในบุญ ปี 2554 ฉบับที่ 104 เดือนมิถุนายน หน้า 28
หน้าที่ 28 / 96

สรุปเนื้อหา

วิสาขปุณณมี โอวาทพระราชภาวนาวิสุทธิ์ (หลวงพ่อธัมมชโย) วันอังคารที่ ๑๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ วันนี้เป็นวันวิสาขบูชา ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน 5 ปีนี้ตรงกับวันที่ ๑๗ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๔ เป็นวันคล้ายวันประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพานขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของ เราพระองค์นี้ ที่มาบรรจบครบรอบอีก ปี ก็จะได้ถือโอกาสนี้นึกทบทวนประวัติของพระองค์ ท่านตั้งแต่ประสูติ ตรัสรู้ แล้วก็ดับขันธปรินิพพาน จนกระทั่งบารมี ตลอดชีวิตที่ผ่านมาของพระพุทธองค์นั้น งดงามทั้งเบื้องต้น ท่ามกลาง และเบื้องปลาย เป็นบรมศาสดาที่เราปีติและภาคภูมิใจในพระองค์ท่าน เพราะกว่าจะเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ แต่เดิมพระองค์ก็เป็นปุถุชนคนธรรมดา แต่ว่ามีมโนปณิธานที่ยิ่งใหญ่ ตั้งความปรารถนาที่จะเป็น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งในอนาคต เมื่อต

หัวข้อประเด็น

- โอวาทพระราชภาวนาวิสุทธิ์

ข้อความต้นฉบับในหน้า

๒๘ วิสาขปุณณมี โอวาทพระราชภาวนาวิสุทธิ์ (หลวงพ่อธัมมชโย) วันอังคารที่ ๑๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ วันนี้เป็นวันวิสาขบูชา ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน 5 ปีนี้ตรงกับวันที่ ๑๗ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๔ เป็นวันคล้ายวันประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพานขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของ เราพระองค์นี้ ที่มาบรรจบครบรอบอีก ปี ก็จะได้ถือโอกาสนี้นึกทบทวนประวัติของพระองค์ ท่านตั้งแต่ประสูติ ตรัสรู้ แล้วก็ดับขันธปรินิพพาน จนกระทั่งบารมี ๓๐ ๑ ตลอดชีวิตที่ผ่านมาของพระพุทธองค์นั้น งดงามทั้งเบื้องต้น ท่ามกลาง และเบื้องปลาย เป็นบรมศาสดาที่เราปีติและภาคภูมิใจในพระองค์ท่าน เพราะกว่าจะเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ แต่เดิมพระองค์ก็เป็นปุถุชนคนธรรมดา แต่ว่ามีมโนปณิธานที่ยิ่งใหญ่ ตั้งความปรารถนาที่จะเป็น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งในอนาคต เมื่อตั้งความปรารถนาแล้วก็สั่งสมบุญบารมีเรื่อยมา ทัศบริบูรณ์ ถึงเวลาก็ได้รับการอัญเชิญอาราธนาจากเทวดาหมิ่น โลกธาตุ และพรหมทั้งหลายให้มาบังเกิดในเมืองมนุษย์ และพระองค์ก็ได้พิจารณาปัญจมหาวิโลกนะ คือ กาล ทวีป ประเทศ ตระกูล จนกระทั่งถึงพุทธมารดาที่พระองค์จะไปเกิด และเมื่อถึงเวลา สว่างก็ได้เข้าสู่พระครรภ์ของพุทธมารดา จนกระทั่งได้ประสูติออกมาในวันนี้ ประสูติแล้วก็ทรง ดำเนินได้ ๗ ก้าว แล้วเปล่งอาสภวาจาว่า “ในโลกนี้ เราเป็นยอด เป็นผู้เจริญที่สุด เป็นผู้ประเสริฐ ที่สุด การเกิดของเรานี้เป็นครั้งสุดท้าย ภพใหม่ต่อไปไม่มี พระองค์ได้รับประทานพระนามว่า เจ้าชายสิทธัตถะ และได้รับพยากรณ์ ซึ่งมี ๒ ประการ ประการแรก ถ้าดำรงตนอยู่ในเพศคฤหัสถ์ก็จะเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ถ้าออกผนวชก็จะเป็น พระสัมมาสัมพุทธเจ้า และชีวิตของพระองค์ก็ดำเนินเรื่อยมาจนกระทั่งได้ออกผนวช แล้วก็แสวงหา หนทางพ้นทุกข์ ได้ศึกษาความรู้จากครูบาอาจารย์ที่ประชาชนยกย่องกันทั้งเมือง เรียนจนหมดภูมิรู้ ภูมิธรรมของครูบาอาจารย์ ก็ยังไม่ค้นพบหนทางแห่งการบรรลุธรรมที่พระองค์ปรารถนา ในที่สุดก็ตัดสินพระทัยแสวงหาด้วยพระองค์เอง และได้ตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ เมื่อพระองค์ทิ้งทุกอย่าง ปล่อยวางทุกสิ่ง แม้เนื้อเลือดจะแห้งเหือดหายไป เหลือแต่กระดูกหนัง ช่างมัน ถ้าไม่บรรลุธรรมก็จะไม่ลุกจากที่ ใจก็มาหยุดนิ่งอยู่ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ถูกส่วน บารมี ๓๐ ทัศ ของพระองค์ก็ได้ช่อง ในที่สุดก็ดำาเนินจิตของพระองค์เข้าสู่เส้นทางสายกลางภายใน จนกระทั่งบรรลุอนุตตร สัมมาสัมโพธิญาณเป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า แล้วก็ได้อบรมสั่งสอนประทานโอวาทแก่ พระสาวกทั้งหลาย มีปัญจวัคคีย์ เป็นต้น เรื่อยมาตามลำดับ ๔๕ พรรษา จนกระทั่งถึงวันสุดท้าย ที่พระองค์ดับขันธปรินิพพาน
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More