ข้อความต้นฉบับในหน้า
๗๘
G'S
๖.๕ การอุทิศชีวิตเป็นเดิมพันของพระภิกษุในยุคปัจจุบัน
ในอดีตที่ผ่านมามีพระภิกษุหลายรูปที่บำเพ็ญเพียรตามรอยบาทของพระบรมศาสดา
สัมมาสัมพุทธเจ้า ตามรอยบาทของพระปัจเจกพุทธเจ้า ตามรอยเท้าของพระอรหันต์
ตามรอยเท้าของพระเถระผู้บำเพ็ญภาวนาอย่างอุทิศชีวิต สืบต่อกันมาตั้งแต่ครั้งพุทธกาล
จวบจนกระทั่งยุคปัจจุบันที่ผ่านมาเกือบร้อยปี พระเดชพระคุณพระมงคลเทพมุนี (สด
จนฺทสโร) หลวงปู่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ก็ได้บำเพ็ญภาวนาอย่างอุทิศชีวิตเป็นเดิมพัน
ตามรอยบาทของพระบรมศาสดาเช่นกัน จนกระทั่งท่านได้เข้าถึง “พระรัตนตรัยในตัว”
บาลีในคัมภีร์พระไตรปิฎก เรียกว่า “ธรรมกาย” ทำให้ภายหลังมีพระภิกษุและ
ญาติโยมในยุคปัจจุบัน เกิดกำลังใจในการบำเพ็ญภาวนาอย่างอุทิศชีวิตเป็นเดิมพัน และ
ซึ่งมีศัพท์บาลี
เข้าถึงพระรัตนตรัยในตัวเช่นเดียวกับท่านเป็นจำนวนมาก โดยมีบันทึกปรากฏอยู่ใน
ชีวประวัติของท่านดังนี้
ในพรรษาที่ ๑๒ ปีพุทธศักราช ๒๔๖๐
หลวงปู่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ได้ไปจำพรรษา ณ วัดโบสถ์บน ต.บางคูเวียง
อ.บางกรวย จ.นนทบุรี ในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๐ ท่านมีความคิดที่จะกระทำความเพียร
อย่างอุกฤษฎ์ตั้งแต่เช้าตรู่ว่า “เราบวชมาจวนจะครบ ๑๒ พรรษาแล้ว วิชชาของพระพุทธ
เจ้าเรายังไม่ได้บรรลุเลย ทั้งที่การศึกษาของเราก็ไม่เคยขาดเลยสักวัน ทั้งคันถธุระและ
วิปัสสนาธุระ อย่าเลยควรจะรีบกระทำความเพียรให้รู้เห็นของจริงในพระพุทธศาสนาเสียที”
เมื่อกลับจากบิณฑบาตแล้วท่านก็รีบจัดการภารกิจต่าง ๆ ให้เรียบร้อย เพื่อจะได้
ไม่มีเรื่องกังวลใจ เสร็จแล้วก็ได้เข้าเจริญภาวนาในอุโบสถ โดยตั้งใจว่าหากไม่ได้ยินเสียง
กลองเพลจะไม่ยอมลุกจากที่ เมื่อตั้งใจแล้วก็หลับตาภาวนา “สัมมา อะระหัง” เรื่อยไป จน
กระทั่งความปวดเมื่อยและอาการกระสับกระส่ายเริ่มติดตามมา จิตก็ซัดส่ายกระวน
กระวายจนเกือบจะหมดความอดทน แต่ได้ตั้งสัจจะไว้แล้วจึงทนนั่งต่อไป เมื่อไม่สนใจ
ความปวดเมื่อยของสังขาร ในที่สุดใจก็ค่อย ๆ สงบลงทีละน้อย แล้วรวมหยุดเป็นจุดเดียวกัน
เห็นเป็นดวงใสบริสุทธิ์ขนาดเท่าฟองไข่แดงของไก่ติดอยู่ที่ศูนย์กลางกาย ใจชุ่มชื่นเบิกบาน
อย่างบอกไม่ถูก
วันนั้นท่านมีความสุขทั้งวัน ดวงธรรมขั้นต้นซึ่งเป็นดวงใสสว่างก็ยังเห็นติดอยู่ที่
ศูนย์กลางกายไม่ขาด ท่านได้รำพึงว่า “ความสว่างเช่นนี้ไม่เคยมีมาก่อนเลยในชีวิตของ
การบำเพ็ญธรรม เราไม่เคยเห็นความสว่างใดจะเทียบเท่าได้ ความสว่างแห่งดวงอาทิตย์ก็
ยังห่างไกล เท่าที่เห็นอุปมาเหมือนแสงหิ่งห้อยกับโคมไฟ”
ทำให้ท่านหวนระลึกถึงพระพุทธวจนะบทหนึ่งที่ว่า “นตฺถิ สนฺติ ปร์ สุข” แปลว่า
สุขอื่นนอกจากความสงบไม่มี เมื่อใจหยุดก็เกิดความสงบ เมื่อสงบจิตย่อมเป็นสุข และได้
ตั้งใจว่า "วันนี้เป็นไงเป็นกัน หากเราไม่บรรลุธรรมที่พระบรมไตรโลกนาถได้ทรงบรรลุละก็
เราจะถวายชีวิตเป็นพุทธบูชา หากเราจะต้องตายไปในครั้งนี้ ก็จะได้เป็นเยี่ยงอย่างแก่ผู้ที่