ข้อความต้นฉบับในหน้า
“ผมเห็นจำเลยเทียวไปเทียวมา เพื่อนที่เรียนกฎหมายมาด้วยกัน
เพื่อขอกู้เงินพ่อ ตอนแรกพ่อไม่ให้ แต่เขาเบนเข็มไปใช้ชีวิตในเครื่อง
แล้วผมก็ต้องตกกระไดพลอย
เพราะเห็นๆ อยู่ว่าจำเลยมีรายได้ แบบสีกากีแทนที่จะเวียนว่ายตาย กร:;โดดไปกับท่าทีเอาเป็นเอาดาย
น้อย เรื่องที่จะหาเงินมาคืนคงเป็น เกิดกับการค้าความอย่างผม แต่แล้ว ขอนขาจนได้ แต่พอเห็นหน้าของ
ไปไม่ได้ ...แต่ผมก็ไม่ทราบว่า ในที่สุดวิญญาณความเป็นธรรมที่สิง จำเลยเท่านั้นผมก็ถึงบางอ้อว่า
ทำไมตอนหลังพ่อถึงให้ยืม....อาจ สู่อยู่ในตัวเขาก็ทำให้เขาอดรนทน ทำไมจำเลยคนนี้จึงสลายหัวใจเย็น
ถูกขู่กรรโชกก็ได้” พยานปากสำคัญ ไม่ได้ ต้องเข้ามาเจ้ากี้เจ้าการกับ ชาของเพื่อนผมได้
ของฝ่ายโจทก์ให้การ
“ศาลที่เคารพ ผมขอด้าน
พยานใช้วิธีคาดการณ์ไม่ใช่ข้อความ
จริง”
“ด้านเป็นผล”
คดีนี้ซึ่งเป็นคดีนอกความรับผิดชอบ
และเสี่ยงต่อการขัดแย้งกับเพื่อน
ร่วมงานผู้เป็นเจ้าของคดี
“สงสารลุงปัน กันเชื่อว่าแกไม่
ใช่ฆาตกร แต่เสียท่าตรงที่แกอยู่
คนเดียวนี่สิ พยานหลักฐานอะไรก็
“พยานเคยได้ยินผู้ตายปรารภ ไม่มี ทางโน้นหาหลักฐานมากัน
ถึงเงินก้อนที่ให้จำเลยยืมมั้ย” ผมชัก เพียบ ...จริงบ้างเท็จบ้าง!!! ...แต่
ดาน
แต่ละค่า พูดของลุงค่า ปัน ช่าง
แสแชื่อ ไม่มีเล่ห์เหลี่ยมเอาเสียเลย
ทั้งๆก็รู้ว่า คิดอย่างไรก็พูดออกมา
อย่างนั้น ไม่ได้คิดว่าค่า พูดของตน
จะเป็นผลอย่างไร บ่อยครั้งที่ผม
ต้องคอยกำชับ
“ลุงอย่าไปเผลอพูดอย่างนี้ใน
ศาลเชียวนา เขาจะยิ่งคิดไปว่าคดี
ยังไงเสียนายก็ต้องท่าให้แก่พ้น มันมีมูล
“...พ่อเคยพูดๆ อยู่เหมือนกัน จากคดีนี้ให้ได้ ไม่งั้นกันจะลดชั้น
ว่าถ้านายคำปั้นไม่มีคืนให้ก็จะคิด
แกลง ฐานหลอกลวงชาวบ้านว่า
เสียว่าให้ทาน” พยานโจทก์คงตั้งใจ เป็นทนายความชั้นหนึ่ง แต่ไม่มี
จะเหยียดให้จำเลยดูด้อยต่ำลงไป ปัญญาช่วยคนบริสุทธิ์ให้พ้นจาก
เพราะไม่คาดคิดว่า....
ความผิดได้”
“แสดงว่าไม่มีความจําเป็น “เจ้าประคุณเอ๋ย กันอยากจะ
อะไรที่จำเลยจะต้องฆ่าผู้ตายเพื่อ ทำโสให้แกจริงๆ ณินทรีเอ่ย นี่กรม
“มีมูล...มันหมายความว่าอะ
หยงิ”
กว่าผมจะอธิบายศัพท์แสงที่
เผลอพูดออกไปให้ครบถ้วน
กระบวนความ น้ำลายก็แตกฟอง
ฟเด แต่แกก็ไม่เข้าใจอยู่ดีว่า
พูดความจริงทั้งหมดของแกอาจท่า
การ
ปลดหนี้” ผมรำพึงเสียงดังก่อนจบ ตำรวจเขาไม่รู้จักแกละซีถึงได้นิ่ง ให้นายโน้นจับแพะชนแกะจนกลาย
คำชักค้าน พยานแสดงอาการ นอนใจไม่ยกให้แกเป็นตำรวจดี เป็นเรื่องใหญ่โตได้อย่างไร
หวั่นไหวนิดหนึ่งกับคำสรุปของผม เด่นของกรม” ผมสัพยอก
ผมว่าผมไม่ได้ตาฝาดหรอกน่า... “เออ... เอ็งไม่ต้องมาประชดขา
สำหรับพยานผู้ซึ่งมีส่วนได้เสียกับ ข้าจะเป็นยังไงมันก็เรื่องของข้าแต่ ผมอีกแน่ะ
“จะชื่อเฮาว์ (โกหก) ศาลได้จะ
ใด...มันบ่ถูก” แกยังย้อนมาสั่งสอน
ทรัพย์มรดกของผู้ตายคนนี้ ถ้าเอ็งช่วยลุงปันไม่ได้เอ็งนั่นแหละที่ “ไม่ใช่ให้โกหก แต่ไม่ต้องพูด
ผมเข้าร่วมวงศ์ไพบูลย์ในคดีนี้ จะได้โล่ในฐานะตายในหน้าที่” หมอ ด้งเล่าทุกอย่างเหมือนที่เล่าให้ผม
เพราะคำขอร้องของหมวดธรณินทรี
เสียงเขียวใส่ผม ผมหัวเราะ
ที่ศาล ให้เล่าเฉพาะที่เป็นผลดีก็
ธัน วาดง
๒๕๔0 ๓๓ วา ฮาวกอยากมีร