ข้อความต้นฉบับในหน้า
ต่อจากหน้า ๙๐
ไม่เผลอละ ใจจดใจจ่อทีเดียวนั่น อธิศีล อธิจิต อธิปัญญา
นี่เรียกว่าผู้ไม่ประมาท อธิศีลเห็นเป็นอย่างไร อยู่ที่ไหน
นี่ตรงนี้เราต้องเข้าใจวัดปากน้ำทั้งหญิงและชายทั้งภิกษุ
สามเณร อุบาสก อุบาสิกาเขาเข้าถึงอธิศีล อธิจิต อธิ
ปัญญา เป็นพื้นเชียวมีมากตั้ง
ที่เราบริสุทธิ์กาย
บริสุทธิ์วาจานะนั่นเป็นแค่ศีลนะ ศีลบริสุทธิ์ เป็นแต่
๑๐๐
ไม่ใช่อธิศีลหรอก ยังไม่ถึงอธิศีล ถ้าถึงอธิศีลแล้วละก็เห็น
เป็นดวงใสเท่าดวงจันทร์ดวงอาทิตย์นั่นอยู่ในกลาง
ดวงที่ทำ ให้เป็นกายมนุษย์ ใสบริสุทธิ์ เหมือนกระจก
คันฉ่องส่องเงาหน้า เท่าดวงจันทร์ ดวงอาทิตย์ ดวงกลม
อยู่ในกลางดวงธรรมที่ท่า ให้เป็นกายมนุษย์นั่นแหละ ถ้า
เห็นศีลดวงนั้นเข้าแล้วละก็ นั่นแหละเขาเรียกว่า อธิ
ศีลเห็น
เมื่อไปรู้จักอธิศีลแล้วละก็อธิจิตก็อยู่ในกลางอธิศีล
é
นั่นแหละ ดวงเท่าๆ กับดวงศีล ที่กายวาจา
เราสงบดีก็เพราะอาศัยจากใจของ
เราเจตนาสงบดี นั่นเป็นสมาธิเป็น
สมาธิแต่ภายนอก ไม่ใช่สมาธิ
สํ คัญ เมื่อเข้าถึงอธิจิต อยู่ในกลาง
ของศีลนั่นดวงเท่าๆ กัน ดวงเท่า
ดวงศีลอยู่ในกลางดวงของศิลนั่น
เท่าดวงจันทร์ดวงอาทิตย์ ถ้าเข้าถึงอธิจิตเช่นนั้นละ เชื่อ
ว่าเป็นผู้มั่นคงละ ไม่โยกคลอนไปตามใครละ เข้าถึงอธิจิต
เสียแล้ว ยังไม่ลึกซึ้งเท่าอธิปัญญา
อธิปัญญาเห็นสูงกว่านั้น เราอุตส่าห์พยายามให้
เข้าถึงปัญญา แม้จะเฉลียวฉลาดในกายวาจาสักเท่าหนึ่ง
เท่าใดเรียกว่าฉลาด อ้ายนั่นก็ปัญญาภายนอก เจตนา
ศีลบริสุทธิ์ เราบริสุทธิ์เจตนานั่นก็เป็นแต่เจตนาศีลนะ คล่องแคล่วอย่างหนึ่งอย่างใด ก็เรียกว่าความฉลาด
เราบริสุทธิ์กาย บริสุทธิ์วาจาเป็นสังวรศีลสำรวมระวังไว้ ของปัญญาเป็นภายนอก เข้าถึงปัญญาอยู่ในกลางดวง
เราบริสุทธิ์เจตนาคิดอ่านทางใจมั่นเป็นเจตนาศีลนะ ของศีลนั่นแหละ ใสยิ่งกว่าใสขึ้นไป สะอาดยิ่งกว่าสะอาด
ดังนั่นจึงควรเร่งตรวจสอบตนเองและหมื่นโกใจให้หยุดนิ่งที่ศูนย์กลางกายเรื่อยไปจนกว่าจะเช้าถึงพระธรรมกาย
ความไม่ประมาทแบบย่อ ความไม่ประมาทคำเดียว แต่ได้ย่อพระไตรปิฎกทั้งหมดลงคำๆ นี้อุปมาเหมือนรอยเท้า
สัตวทุกรอย สามารถบรรจุในรอยเท้าช้างได้
วารสารกัลยาณมครุ ๑๑๘ ธันวาคม ๒๕๕๐