ข้อความต้นฉบับในหน้า
ประการที่ 3 วิธีการฝึกตัวเองให้เป็นอัจฉริยะจะต้องไม่ดูเบา
หรือดูหมิ่นคนอื่น มีตัวอย่างมาแล้วในครั้งพุทธกาล มีพระภิกษุ
รูปหนึ่งชื่อจูฬปันถูก พระพี่ชายชื่อมหาปันถูก ท่านเป็นพระอรหันต์
แล้ว ก็เลยมาชวนน้องชายไปบวช ตั้งใจจะสอนน้องชายให้เป็นพระ
อรหันต์ตามมาด้วย ปรากฏว่าแค่สอนคาถาให้บทเดียว มีอยู่ 4 บาท
บาทหนึ่งก็ประมาณครึ่งบรรทัด พระน้องชายเรียนอยู่ 4 เดือน แม้แต่
บาทเดียวคือครึ่งบรรทัดยังท่องไม่ได้เลย จนพระพี่ชายบอกว่าไม่ไหว
คงไม่มีวาสนาในการบวชเลยบอกน้องว่า “สึกเถอะ เธอไปไม่รอดแล้ว”
พระจุฬปันถกเสียใจมาก ไม่รู้จะทำอย่างไร ก็เลยคิดว่าจะสึก
ระหว่างที่กำลังน้อยอกน้อยใจในโชควาสนาของตัวเอง ขณะที่จะเดิน
ไปสึกนั่นเอง
ไปไหน”
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเห็น เลยถามว่า “จูฬปันถูก เธอจะ
พระจุฬปันถกกราบทูลว่า “จะลาสิกขา พระเจ้าข้า”
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงบอกว่าไม่ต้องสึก แล้วก็ประทาน
ผ้าขาวให้ผืนหนึ่ง ให้ถือไว้และให้ลูบไป พร้อมทั้งให้บริกรรมภาวนา
ไปด้วยว่า “รโชหรณ์ รโชหรณ์” แปลว่า ผ้าเช็ดธุลี ผ้าเช็ดธุลี
พระจุฬปันถูกดีใจ ก็เอาผ้าขาวมาลูบ แล้วก็ภาวนาไป ลูบ
ไป ๆ หลายชั่วโมงเข้า ลืมตาดู เอ๊ะ! ผ้าขาวเริ่มเป็นสีมอ ๆ แล้ว
ผ้าขาวเปื้อนเหงื่อไคลเป็นสีมอ ๆ เลยได้คิดว่า ผ้าขาวที่ขาวบริสุทธิ์
พอถูกต้องมือของเรานาน ๆ เข้า ยังเป็นสีมอ ๆ ได้เลย ตัวเรานี่ช่าง
ไม่สะอาดจริง ๆ เลย เป็นสิ่งที่ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา
พอใจเริ่มคลายความยึดมั่นถือมั่นตรงนี้ไปได้ ใจก็เริ่มเป็น
สมาธิตั้งมั่นมากขึ้น ๆ ดิ่งลงไป เจริญวิปัสสนากรรมฐานจนสุดท้าย
หมดกิเลสเป็นพระอรหันต์ตรงนั้นเอง บรรลุปฏิสัมภิทาญาณ 4 คือ
แตกฉานในอรรถ ในธรรม ในนิรุตติ ในปฏิญาณ การแสดงธรรม
ทุกเรื่องพรั่งพร้อมทุกอย่าง สุดท้ายได้รับการยกย่องจากพระสัมมา
สัมพุทธเจ้าว่าเป็นผู้ที่เลิศ เป็นอัจฉริยะทางด้านมโนมยิทธิ คือ มีฤทธิ์
ทางใจมาก
18 108 วิธีเรียนเก่งโคตร..โคตร
108 วิธีเรียนเก่งโคตร..โคตร 19