ข้อความต้นฉบับในหน้า
26
2. ควรค้นหาตัวเองให้เจอด่วนที่สุด ว่าเราชอบเรียนอะไร
ถนัดอะไรที่สุด แล้วเลือกเรียนในสิ่งที่ตัวเองชอบ เพราะการเรียน
ในสิ่งที่ชอบ จะทำให้เรียนได้ดี ไม่เกิดอาการท้อแท้ง่าย มีโอกาส
ประสบความสำเร็จในด้านการเรียนสูง เพราะความชอบและความ
ถนัดจะทำให้เราเกิดความชำนาญเฉพาะทางที่โดดเด่นกว่าคนอื่น
ซึ่งจุดเด่นตรงนี้เอง จะนำมาซึ่งโอกาสของชีวิตที่ดีกว่า....
อีกทั้งความชอบจะเป็นต้นทุนหรือบันไดความสําเร็จขั้นแรก
ที่จะทำให้เรามีไฟหรือรักที่จะเรียน ซึ่งเมื่อเรารักที่จะเรียนหรืออยาก
เรียน เราก็จะก้าวสู่บันไดความสำเร็จขั้นที่ 2 ได้อย่างง่าย ๆ คือ
เกิดความขยันและมีความเพียรขึ้นมาเองอย่างอัตโนมัติ โดยไม่รู้สึก
2
ว่าโดนบังคับให้เรียนเลย และมากไปกว่านั้น..เราจะเต็มใจเรียนอย่าง
ไม่รู้สึกเบื่อ แต่กลับรู้สึกท้าทาย เกิดความอยากรู้อยากเห็นในสิ่งที
กำลังเรียน กำลังศึกษาค้นคว้าอยู่ตลอดเวลา และเมื่อเป็นเช่นนี้
เราก็จะก้าวไปสู่บันไดความสำเร็จขั้นที่ 3 คือ เกิดอารมณ์จดจ่อ
เกิดอาการเอาใจใส่ เกิดความรู้สึกอยากทำคะแนนวิชาหรือสาขาที่
เราชอบนั้น ให้ได้คะแนนในระดับ TOP คือ อยากเรียนให้เก่งที่สุด
และเมื่อเกิดความรู้สึกแบบนี้... เราก็จะก้าวขึ้นสู่บันไดความสําเร็จ
ขั้นที่ 4 คือ เราจะพยายามเสาะหาวิธีการ หมั่นไตร่ตรองพิจารณาแก้
ปัญหาทุกอย่าง เพื่อนํามาปรับปรุงวิธีการเรียนของเราให้ดีขึ้นอีก จน
ก้าวไปสู่ความสําเร็จดังที่ตั้งใจไว้ในที่สุด
3. อย่าเรียนเพราะค่านิยม เพราะท้ายที่สุดแล้ว หากเราไม่
ชอบ จะทำให้เราเรียนไม่ไหวและเรียนโดยไม่มีความสุข เช่น ถ้ารู้จัก
ตัวเองดีว่าชอบเรียนภาษา ถนัดด้านภาษา แต่อ่อนวิชาคณิตศาสตร์
อ่อนวิชาฟิสิกส์มาก ๆ ก็ให้เราเลือกเรียนสายศิลป์ที่เราชอบที่สุดดีกว่า
ไม่ควรไปเห่อตามค่านิยมของสังคม เช่น ถ้าใครเรียนวิศวะฯ จะดูเท่
ดูดี ได้รับการยอมรับมากกว่า เป็นต้น
4. หากเป็นคนมีพรสวรรค์ เก่งทุกอย่าง เก่งทุกวิชา คือ
เก่งทั้งวิทย์และศิลป์พอ ๆ กัน ก็ให้ถามตัวเองใหม่ว่า แล้วที่ชอบที่สุด
จริง ๆ คือด้านไหน ? แต่ถ้าตอบไม่ได้จริง ๆ ก็ให้หันมาดูที่ค่านิยม
และความต้องการของสายอาชีพนั้นในท้องตลาด ว่าคณะไหนเรียน
แล้วไม่ตกงาน หาเงินได้มากกว่า มีอนาคตและจะทำให้เราประสบ
ความสำเร็จได้มากกว่า หรือผู้ปกครองเห็นด้วยมากกว่า ก็ให้เลือก
เรียนคณะนั้น หรือสายอาชีพนั้น ๆ
108 วิธีเรียนเก่งโคตร..โคตร
108 วิธีเรียนเก่งโคตร โคตร | 27