มิจฉามรรคและอริยมรรค นักโทษแห่งวัฏฏสงสาร หน้า 52
หน้าที่ 52 / 108

สรุปเนื้อหา

คำว่า ทางที่ไม่สะดวก นี้ เป็นชื่อของ มิจฉามรรค (ทางผิด) มีองค์ ๘ คือ มิจฉาทิฏฐิ (เห็นผิด) ๒. มิจฉาสังกัปปะ (ดาริผิด) ๓. มิจฉาวาจา (เจรจาผิด) ๔. มิจฉากัมมันตะ (กระทําผิด) ๕. มิจฉาอาชีวะ (เลี้ยงชีพผิด) 5. มิจฉาวายามะ (พยายามผิด) ๗. มิจฉาสติ (ระลึกผิด) ๔. มิจฉาสมาธิ (ตั้งจิตมั่นผิด)” จากพระดำรัสนี้ ย่อมแสดงให้เห็นว่าพระองค์ทรงชี้ชัดลงไปเลยว่า มารมีหน้าที่ชี้ทางผิด เรียกว่า มิจฉามรรคมีองค์ ๘ ซึ่งเป็นหนทางบาป ที่ทำให้ต้องไปเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในอบายภูมิ ๔ ติดคุกอยู่ใน วัฏสงสารอย่างทุกข์ทรมานแสนสาหัสไปตลอดกาล พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสเล่าถึงหน้าที่ของพระพุทธเจ้าเป็นเชิง อุปมาอีกว่า “ยังมีชายคนหนึ่งผู้ปรารถนาประโยชน์ ต้องการจะเกื้อกูล ประสงค์ความปลอดภัยแก่ฝูงเนื้อนั้น เขาเปิดทางที่ป

หัวข้อประเด็น

- มิจฉามรรคและอริยมรรค

ข้อความต้นฉบับในหน้า

คำว่า ทางที่ไม่สะดวก นี้ เป็นชื่อของ มิจฉามรรค (ทางผิด) ๑. มีองค์ ๘ คือ มิจฉาทิฏฐิ (เห็นผิด) ๒. มิจฉาสังกัปปะ (ดาริผิด) ๓. มิจฉาวาจา (เจรจาผิด) ๔. มิจฉากัมมันตะ (กระทําผิด) ๕. มิจฉาอาชีวะ (เลี้ยงชีพผิด) 5. มิจฉาวายามะ (พยายามผิด) ๗. มิจฉาสติ (ระลึกผิด) ๔. มิจฉาสมาธิ (ตั้งจิตมั่นผิด)” จากพระดำรัสนี้ ย่อมแสดงให้เห็นว่าพระองค์ทรงชี้ชัดลงไปเลยว่า มารมีหน้าที่ชี้ทางผิด เรียกว่า มิจฉามรรคมีองค์ ๘ ซึ่งเป็นหนทางบาป ที่ทำให้ต้องไปเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในอบายภูมิ ๔ ติดคุกอยู่ใน วัฏสงสารอย่างทุกข์ทรมานแสนสาหัสไปตลอดกาล พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสเล่าถึงหน้าที่ของพระพุทธเจ้าเป็นเชิง อุปมาอีกว่า “ยังมีชายคนหนึ่งผู้ปรารถนาประโยชน์ ต้องการจะเกื้อกูล ประสงค์ความปลอดภัยแก่ฝูงเนื้อนั้น เขาเปิดทางที่ปลอดภัย มีความสวัสดี ไปได้ตามชอบใจของฝูงเนื้อนั้น ปิดทางที่ไม่สะดวก กำจัดเนื้อต่อตัวผู้ ทำลายนางเนื้อต่อแล้ว เมื่อเป็นเช่นนี้ สมัยต่อมาเนื้อฝูงใหญ่ก็ต้องมีจำนวนมากขึ้น คับคั่ง ล้นหลาม อริยสัจ ๔ ความจริงที่สั่นสะเทือนวัฏสงสาร นักโทษแห่งวัฏสงสาร
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More