ข้อความต้นฉบับในหน้า
สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
และพระสาวกดังกล่าวมาข้าง
ต้นนี้แล้ว เรามีหน้าที่จะต้อง
พิจารณาไตร่ตรองดูว่า เราจะ
ทำอย่างไร? เราเพียงท่องจำ
อิติปิโส ภควาฯ ไว้กระนั้นหรือ
หรือจะพยายามนึกคำแปลไว้ให้
เช้าใจด้วย และระลึกถึงพระคุณ
เหล่านี้เนืองๆ ดังนี้หรือ เราไม่
พึงกระทำ อะไรยิ่งไปกว่านี้หรือ
ในปัญหาเหล่านี้ขอให้เราส่งใจ
ไประลึกถึงพระโอวาทในเรื่อง
บูชา บูชามี ๒ อย่าง อามิสบูชา
คือ บูชาด้วยเครื่องสักการะ
อย่างหนึ่ง ปฏิบัติบูชา คือ บูชา
กลางวันกลางคืนไม่มีว่างเว้น
และแสงสว่างได้มากมาย
มหาศาลก็เฉพาะในเวลากลางวัน
แต่พระอริยเจ้าท่านให้บุญ
และความดีแก่ชาวโลกได้ทั้ง
ด้วยการปฏิบัติอย่างหนึ่ง ใน
หากบุญเปรียบเหมือน
การบูชาทั้ง ๒ อย่างนี้ พระองค์
พืชพันธุ์ธัญญาหาร
ทรงสรรเสริญว่าปฏิบัติบูชาดีกว่า
ซึ่งต้องหว่านต้องปลูก
อามิสบูชา เมื่อคิดทบทวนดู
เหตุผลในพระโอวาทซ้อนี้แล้ว
เราจะเห็นได้ชัดทีเดียวว่า
ขนาดยักษ์ไปต่อกระแสบุญจาก
พระองค์มีพระประสงค์ จะให้
พวกเรามีความเพียรพยายาม
ปฏิบัติเจริญรอยตามพระองค์
มากกว่าที่จะมามัวบูชาพระองค์
หากบุญเปรียบเหมือน
กระแสไฟฟ้า ใครทำบุญกับพระ
อริยเจ้าก็เหมือนเอาปลั๊กบุญ
ท่านเข้ามาในตัวย่อมได้บุญมาก
หากบุญเปรียบเหมือนนํ้า
ในมหาสมุทร ใครทำบุญกับพระ
อริยเจ้าก็เหมือนเอาท่อบุญ
ขนาดยักษ์ ไปสูบเอากระแสบุญ
มาจากท่าน ย่อมได้บุญมาก
จึงจะบังเกิดขึ้นได้
ใครทําบุญกับพระอริยเจ้า
ก็เหมือนกับหวานกับ
ปลูกพืชพันธุ์บุญ
ลงไปในเนื้อนาบุญชั้นเลิศ
ย่อมได้บุญไม่มีที่สุดประมาณ
หากบุญเปรียบเหมือน
พืชพันธุ์ธัญญาหาร ซึ่งต้อง
หว่านต้องปลูกจึงจะบังเกิดขึ้นได้ ใครทำบุญกับพระ
อริยเจ้าก็เหมือนกับหว่านกับปลูกพืชพันธุ์บุญลงไปใน
เนื้อนาบุญชั้นเลิศ ย่อมได้บุญไม่มีที่สุดประมาณ
นี่เป็นเรื่องสังฆคุณ เมื่อเรารู้แนวปฏิบัติของ
อยู่ หาไม่พระองค์จะตรัสเช่น
นั้นทำไม และโดยนัยอันนี้เอง
จึงเป็นที่เห็นได้ว่าแม้เวลานี้จะ
เป็นกาลล่วงมาช้านานจากที่
พระองค์เสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน
ไปแล้ว ก็ไม่มีอะไรเป็นข้อห้ามว่าผู้ที่ปฏิบัติตามจะไม่ได้
รับผลอย่างที่ท่านได้รับ นอกจากคำกล่าวอ้างของคน
เกียจคร้าน ชื่อนี้มีคำว่าอกาลิโก ในบทธรรมคุณนี้เอง
เป็นหลักฐานยันอยู่ว่าธรรมของพระองค์ ผู้ใดปฏิบัติตาม
กัลยาณมิตร ๑๖ พฤศจกายน ๒±^@