ข้อความต้นฉบับในหน้า
พรหมส่งให้ถึงธรรมกาย กายคือตน อาศัยพึ่งกันเป็น
ชั้นๆ เข้าไปเช่นนี้จึงได้ชื่อว่าตนเป็นที่พึ่งแก่ตนในด้าน
ภาวนาตามนัยที่กล่าวไว้แล้วโดยละเอียดข้างต้นนั้น ยังมี
คำว่า “กาเย กายานุปสฺสี" ในมหาสติปัฏฐานสูตรเป็น
หลักฐานสนับสนุนอีก กายานุปสฺสี แปลว่า เห็นตาม
หรือตามเห็นซึ่งกาย กาเย แปลว่าในกาย รูปศัพท์มี
วิกัติตรึงอยู่ชัดเช่นนั้น แปลตรงตามศัพท์ และยื่นคำให้
สั้นก็ว่าตามเห็นกายในกาย คือตามเห็นเรื่อยเข้าไปเป็น
ชั้นๆ เห็นกายมนุษย์ แล้วตามเข้าไปเห็นกายทิพย์ ตาม
เข้าเห็นกายรูปพรหม ตามเข้าไปเห็นกายอรูปพรหม
ตามเข้าไปเห็นกายธรรม ดังนี้เป็นหลักฐานรับสมกันอยู่
กายมนุษย์รูปร่างหน้าตาอย่างไร กายมนุษย์ รูปร่าง
หน้าตาก็เป็นมนุษย์ใช่อื่นไกล
คือกายเรานี้เอง กายทิพย์ก็
เป็นรูปเป็นร่างเช่นกันแต่สวยกว่า
และมีทางเกิดเป็น ๒ ฝ่าย ฝ่ายทุจริตเกิดจากอวิชชา
และอาสวะ ฝ่ายสุจริต เกิดจากวิชชาและอนาสวะ ฝ่าย
เหตุทุจริตเป็นดวงดำมืดมน ฝ่ายเหตุสุจริตเป็นดวงขาว
ใส่ซ้อนอยู่ในดวงธรรมที่ทำให้เป็นกายมนุษย์เป็นคู่ปราบ
กันอยู่ ฝ่ายชั่ว เป็นภาคมาร ฝ่ายดี เป็นภาคพระ ต่างมี
เจ้าของด้วยกัน ฝ่ายชั่วอำนวยการให้มืด ฝ่ายอำนวย
การให้สว่างคล้ายโรงงานทำหมอกควันพวกหนึ่ง
โรงงานทำไฟฟ้าพวกหนึ่ง เมื่อเราไม่คอยระวัง ฝ่ายชั่ว
สอดเข้าไปได้ ย่อมเป็นเหตุให้เราตกไปทางชั่ว คือจะทำ
อะไรก็ทำในทางชั่วจะพูดอะไรออกมากก็เป็นทางชั่ว จะ
ดีดทำอะไรก็เป็นไปในทางชั่วหมด
ถ้าเราคอยระวังรักษาไว้ให้ดี บำเพ็ญสมาธิให้ดวง
ขาวใสปรากฏอยู่ในศูนย์กลาง
กายเสมอ เราจะทำอะไรก็เป็น
ไปในทางดี พูดอะไรก็พูดไป
วะรัฌญิง สะระณัง นัตถิ
สั่งอื่นจะเป็นที่พึ่งของเราได้ไม่มี
กายรูปพรหมสวยกว่างามกว่า
นั้นอีก กายอรูปพรหมสวยงาม
ยิ่งกว่ารูปพรหมขึ้นไปอีก
ธรรมกายนั้นมีสีใสเหมือนแก้ว
๓
สัณฐานดังรูปพระพุทธปฏิมากร
นั่งสมาธิเกตุเบ็นดอกบัวตูม ง
ได้กล่าวมาแล้ว
การรักษาไตรทวาร
ไตรทวาร แปลว่า ประตู
พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์
รัตนะนี้เท่านั้น เป็นที่พึ่ง
อันประเสริฐสูงสุดของเรา
ทั้ง ๓ คือ กาย วาจา ใจ ที่เรียกทวารก็เพราะความชั่ว
และความดีจะลอดเช้าไปถึงจิตนั้นเข้าทางนี้ ความชั่ว
เรียกว่า ทุจริต ความดีเรียกว่า สุจริต วิธีที่จะเข้าไปมี
อาการไหว ก่อน ซึ่งเขาเรียกว่า วิญญัติไหวทางกาย
เรียกว่า กายวิญญัติ ทางวาจาเรียกว่า วจีวิญญัติ ทาง
ใจเรียกว่า มโนริญญัติ อะไรทำให้เกิด อาการไหวหรือ
บังคับให้ไหว ไม่ใช่อื่นไกล สังขารนั่นเอง บังคับให้ไหว
บังคับทางกายได้แก่กายสังขาร ทางวาจาได้แก่วจีสังขาร
ทางใจได้แก่จิตตสังขารสังขารคือความรู้สึกนึกดีดปรุงแต่ง
ทางดี ดีดอะไรก็คิดไปทางดี
เพราะฉะนั้น จึงควรบำเพ็ญตน
ให้เป็นฝ่ายขาวเสมอเวลาจะ
ดายถ้าปล่อยให้ไปตกอยู่ฝ่ายดำ
เรียกว่า หลงดายจะไปสู่ทุคติ
ถ้าอยู่ในฝ่ายขาวเรียกว่า ไม่
หลงตายจะไปสู่สุคติแน่แท้ จึง
เป็นการจำเป็นยิ่งที่จะระวังให้
อยู่ฝายขาว
วะรัญญัง สะระณัง นัตถิ สิ่ง
อื่นจะเป็นที่พึ่งข
พึ่งของเราได้ไม่มี พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ
๓ รัตนะนี้เท่านั้น เป็นที่พึ่งอันประเสริฐสูงสุดของเรา
ด้วยสัจจวาจาภาษิตนี้ ขอความสุขสวัสดีจงมีแด่
สาธุชนทั้งหลายทั่วกันฯ
กัลยาณมิตร ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๐