ข้อความต้นฉบับในหน้า
พอดี ไม่เหลื่อมซ้าย ขวา หน้า หลัง
สำหรับสัตว์ที่จะไปเกิดมาเกิด
ต้องอาศัย
ศูนย์กลางนั้นด้วยกันทั้งหมด จึงได้ชื่อว่าที่สิบ เทวดา,
พรหม, อรูปพรหม, ตลอดพระนิพพาน ใช้เป็นแบบ
เดียวกันทั้งสิ้น ตรงที่สิบนั้นว่างประมาณเท่าเมล็ดโพธิ์
หรือเมล็ดไทร เป็นอากาศว่าง เรียกว่ากำเนิดเดิมก็ถูก ที่
กำเนิดเดิมนั้นมีธรรมดวงหนึ่งเท่าฟองไข่แดงของไก่
สัณฐานกลมเนื้อละเอียดสีขาวใสหุ้มกาเนิดเดิมนั้นโดยรอบ
กําเนิดเดิมนั้นอยู่ที่ศูนย์กลางข้างในพอดี ธรรมดวงนั้น
แหละชื่อว่ามนุษยธรรม มนุษย์ธรรมที่ทำให้เป็นกายมนุษย์
อยู่ศูนย์กลางของกายมนุษย์ มีเหมือนกันทุกกายทั้งสุด
หยาบ สุดละเอียด มีชื่อตามกายนั้นๆ เช่น ธรรมที่ทำให้
เป็นกายทิพย์ ถ้าธรรมนี้ดับไป
กายก็ต้องแตกจากกัน ตั้งอยู่ไม่
ได้เพราะหมดธรรมที่รักษา
แต่พอถูกส่วนเช้าธรรมที่ทำให้เป็นกายทิพย์นั้น ก็ขยาย
ส่วนออกไปเท่าฌานที่ ๑ วัดเส้นผ่าศูนย์กลาง 4 ศอก
ปริมณฑลโดยรอบ ๖ วา หนาคืบหนึ่ง ใสเหมือนกระจก
เป็นบัลลังก์ ธรรมกายก็ขึ้นนั่งอยู่บนฌานนั้นเหมือนนั่ง
อยู่บนแผ่นกระจก จะ
จะไปไหนคล่องแคล่วเหมือนใจนึก
นี่เป็นฌานที่ ๒
ถ้าจะทำต่อไปธรรมกายต้องส่องเห็น, จำ, คิด, รู้
ไปจรดเข้าที่ศูนย์กลางของธรรมที่ท่าให้เป็นกาย
รูปพรหมนั้น แต่พอถูกส่วนเข้าธรรมที่ทำให้เป็นกาย
รูปพรหมก็ขยายส่วนออกไปเท่าฌานที่ ๑ หรือที่ ๒
แล้วธรรมกายขึ้นนั่งอยู่บนฌานนั้นจะไปไหนคล่องแคล่ว
เหมือนใจนึก นี้เป็นฌานที่ ๓ ถ้าจะทำต่อไปธรรมกาย
ต้องส่องเห็น, จำ, คิด, รู้ ไป
จรดเข้าที่ศูนย์กลางของธรรมที่
ทำให้เป็นกายอรูปพรหมนั้น แต่
พอถูกส่วนเข้า ธรรมที่ทำให้
เหมือนเครื่องยนต์ที่ปลดเอา
หม้อไฟออกเสียเครื่องก็ต้องดับ
ทันทีฉันนั้น
ถ้าธรรมกายจะทำวิชชา
ต่อไปต้องเอาเห็น, จ๋า, คิด, รู้
ของธรรมกายจรดลงที่ศูนย์กลาง
ของธรรมที่ท่าให้เป้นกายมนุษย์
นั้น แต่พอถูกส่วนเข้าเท่านั้น
ธรรมที่ทำให้เป็นกายมนุษย์นั้นก็
ขยายส่วนออกไปประมาณวัด
เส้นผ่าศูนย์กลาง 4 ศอก กลม
โดยรอบ ๖ วา หนาคืบหนึ่ง ใส
เหมือนกระจกเงาส่องหน้า
ธรรมกายก็ขึ้นนั่งอยู่บนฌานนั้น
เหมือนนั่งอยู่บนแผ่นกระจกเป็น
สำหรับสัตว์ที่จะไปเกิดมาเกิด
ต้องอาศัยศูนย์กลางนั้นด้วยกัน
ทั้งหมด จึงได้ชื่อว่าที่สิบ
เทวดา, พรหม, อรูปพรหม,
ตลอดพระนิพพาน ใช้เป็นแบบ
เดียวกันทั้งสิ้น ตรงที่สิบนั้น
ว่างประมาณเท่าเมล็ดโพธิ์ หรือ
เมล็ดไทร เป็นอากาศว่าง
เรียกว่ากําเนิดเดิมก็ถูก
บัลลังก์ จะไปไหนก็คล่องแคล่วเหมือนใจนึก นี้เป็น
ฌานที่
ถ้าจะทำต่อไป ธรรมกายต้องส่องเห็น, จำ, คิด, รู้
เป็นกายอรูปพรหม ก็ขยายส่วน
ออกไปเท่าฌานที่ ๑ หรือที่ ๒ ที่
๓. ธรรมกายก็ขึ้นนั่งอยู่บนฌาน
นั้น จะไปทางไหนได้ตามใจนึก
จบรูปฌาน ทำอรูปฌานต่อไป
ธรรมกายที่นั่งอยู่บนจตุตก
ฌานนั้นต้องลองเห็น, จ๋า, คิด, รู้
ไปจรดลงที่ตรงศูนย์ว่างกลาง
ปฐมฌาน แต่พอถูกส่วนเข้า
ศูนย์ว่างกลางปฐมฌานนั้นก็จะ
ขยายส่วนออกไป วัดเส้นผ่า
ศูนย์กลาง 4 ศอก โดยรอบ 5
วา หนาหนึ่งคืบ ใส, กายธรรม
ก็ขึ้นไปนั่งอยู่บนศูนย์กลางของ
อรูปฌานแบบเดียวกันกับรูปฌาน
นี่เรียกว่า
อากาสานัญจายดนะ
ทำต่อไปธรรมกายต้องส่องเห็น, จ๋า, คิด,
รู้ ไป
ไปจรดเข้าที่ศูนย์กลางของธรรมที่ทำให้เป็นกายทิพย์นั้น จรดเข้าที่รูโนว่างของศูนย์กลางทุติยฌานต่อพอถูกส่วนเช้า
กัลยาณมิตร ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๑