ข้อความต้นฉบับในหน้า
ย่อมจะเกิดผลทุกเมื่อ ไม่มีขีดคั่น พระอริยสาวก
ทั้งหลายนั้นฐานะเดิมก็เป็นมนุษย์ปุถุชนนี้เอง แม้องค์
สมเด็จพระบรมศาสดาก็เช่นกัน มิใช่เทวดาอินทร์ พรหม
ที่ไหน แต่ที่เลื่อนขึ้นสู่ฐานะเป็นพระอริยะได้ก็เพราะการ
ปฏิบัติเท่านั้น แนวปฏิบัติอย่างไหนถูกพระองค์สอนไว้
ละเอียดหมดแล้ว ปัญหาจึงเหลือ
แต่ว่าพวกเรา จะปฏิบัติกันจริง
หรือไม่เท่านั้น
ดังที่พรรณนามานี้ ก็จะ
เห็นค่าตอบในปัญหาข้างต้นได้
แล้วว่า เพียงแต่จะท่องจ๋า อิดิปิใส
ภควาฯ ไว้ หรือเพียงแต่ระลึกถึง
พระคุณเหล่านั้นไว้ จะยังไม่พอ
แก่พระประสงค์ของพระองค์ กิจ
ที่เราควรทําอย่างยิ่งจีงอยู่ที่การ
ปฏิบัติของท่านตามแนวปฏิบัติ
ของทาน
ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา
นี้เรียกว่า อิทธิบาท ๔ เป็น
หัวใจแห่งความสำเร็จทั้งมวล
แปลอย่างจำได้ง่ายว่า ปักใจ
บากบั่น วิจารณ์ ทดลอง ไม่ว่า
จะทำกิจการใด ถ้าประกอบด้วย
๔ อย่างนี้เป็นสำเร็จทั้งสิ้น ว่า
โดยเฉพาะในการบ่าเพ็ญภาวนา
๑) ต้องปักใจรักการนี้จริงๆ
ประหนึ่งชายหนุ่มรักหญิงสาว
ใจจดจ่อต่อหญิงคู่รักฉะนั้น ๒)
ต้องบากบั่นพากเพียรเอาจริง
เปลี่ยนมานั่งเสียที่อื่น เป็นต้น ข้อสำคัญให้ยึดแนวสอน
เป็นหลักไว้ อย่าออกนอกทาง ๔ อย่างนี้เรีย
อย่างนี้เรียกว่า อิทธิบาท
เป็นเครื่องที่จะช่วยให้เกิดความสำเร็จในกิจทั้งปวง
จากการที่กล่าวมาทั้งหมดนี้เท่ากับเป็นการยืนยันว่า
การที่เราได้กราบไหว้บูชาพระเดชพระคุณหลวงพ่อ
วัดปากน้ำ ด้วยใจที่ซาบซึ้ง
ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา
นี้เรียกว่า อิทธิบาท ธ.
เป็นหัวใจแห่งความสำเร็จทั้งมวล
แปลอย่างจำได้ง่ายว่า
ปักใจ บากบั่น วิจารณ์ ทดลอง
ไม่ว่าจะทำกิจการใด
ถ้าประกอบด้วย ธ. อย่างนี้
เป็นสําเร็จทั้งสิ้น
เอาจัง ๓) วิจารณ์ตรวจดูการปฏิบัติให้ถูกต้องตามแนว
สอนของอาจารย์ให้ดีที่สุด ๔) ทดลองในที่นี้ได้แก่หมั่น
ใคร่ครวญสอดส่องดูว่า วิธีการที่ทำไปนั้นมีอะไร
ขาดตกบกพร่องบ้าง รีบแก้ไข อย่างนั้นไม่ดีเปลี่ยน
ตระหนักในพระคุณของท่าน
และเคารพในตัวท่านเป็นนักหนา
หรือกระทั้งการที่เราเอาทองคำ
หนักตั้ง ๑ ตันหรือ ๑,๐๐๐
กิโลกรัมมาแกะสลัก มาหล่อ
เป็นรูปเหมือนเพื่อบูชาคุณท่าน
นั้น ก็ดูเหมือนว่ายังเป็นการ
ประกาศคุณของท่านได้น้อย
เกินไป เมื่อเทียบกับสิ่งที่
พระเดชพระคุณหลวงพ่อ
วัดปากน้ำได้ทำไว้ให้กับพวกเรา
เพียงพระคุณ ท่านได้ทุ่มเทชีวิต
ย้อนกลับไปค้นเอาวิธีการ
ปฏิบัติธรรม เพื่อเข้าถึง
ธรรมกายกลับมา เป็นผลให้ชาว
โลกสามารถปราบกิเลสที่ทั้ง
หมักดอง ห่อหุ้ม ครอบงำ
กัดกร่อน บีบคั้น บังคับใจจนสิ้น
เชื้อไม่เหลือเศษ พ้นจากความ
ทุกข์ในการเวียนว่ายตายเกิดใน
วัฏสงสารได้ เราก็ยากที่จะหาสิ่ง
ใดที่มีคุณค่าเพียงพอที่จะ
ตอบแทนพระคุณของท่านได้
ตรงตามความรู้สึก ตรงตามจิตสำนึกที่เราซาบซึ้ง
แต่ด้วยกำลังสติปัญญาที่เราพอมีอยู่ ก็พอจะ
ทำให้เรามองออกว่า การจะบูชาคุณของท่าน ในยามที่
ท่านได้ล่วงลับไปแล้วได้อย่างดีที่สุดก็คือ การที่ตัวเราเอง
อย่างนี้ลองดูใหม่ เช่นนั่งภาวนาในที่นอนมักจะง่วง ก็ ผู้อยู่ในฐานะที่เป็นลูกศิษย์หลานศิษย์ของท่านตั้งใจซักฝน
กัลยาณมิตร ©๗ พฤศจิกายน ๒**®