ข้อความต้นฉบับในหน้า
รู้ในศูนย์ว่างของทุติยฌานนั้นก็
ขยายส่วนออกไปเท่ากับ
อากาสานัญจายตนฌานนั้น
ธรรมกายก็ขึ้นไปนั่งอยู่บนกลาง
ของวิญญาณัญจายตนฌานนั้น
ทำต่อไป ธรรมกายที่นั่ง
อยู่บนฌานนั้น ต้องเอาเห็น, จ่า,
คิด, รู้ เข้าไปจรดที่รู้อันละเอียด
ในที่ว่างศูนย์กลางของตติยฌาน
แต่พอถูกส่วนเช้า ร้อันละเอียด
ในตติยฌาน นั้นก็ขยายส่วนออก
ไปเท่ากันกับวิญญาณัญจายตน
ฌานนั้น ธรรมกายก็ขึ้นไปนั่งอยู่
บน อากิญจัญญายตนฌานนั้น
ท่าต่อไปธรรมกายต้องเอา เห็น
จ่า, คิด, รู้ ไปจรดเข้าที่เหตุว่าง
กลางของจตุตถฌานจรดเข้าที่
ตรงรู้ก็ใช่ไม่รู้ก็ใช่ แต่พอถูกส่วน
เข้า รู้ละเอียดและประณีตนั้นก็
ขยายส่วนออกไปเท่ากันกับ
อากิญจัญญายตนฌานนั้น
ธรรมกายขึ้นนั่งบนเนวสัญญา
ยตนฌานนั้น
เมื่อเช้าอนุโลมเป็นอย่างไร
เมื่อ จะ ปฏิโลม ถอยกลับก็
ต้องให้ตรงกับอนุโลม อย่าให้
คลาดเคลื่อนต้องให้ตรง เป็น
66
ในองค์ธรรมกายนั้นที่ตรง
ศูนย์กลางกายของธรรมกายนั้นมี
ธรรมดวงหนึ่ง คือธรรมที่ทำให้
เป็นธรรมกาย ธรรมดวงนี้เป็นที่
ตั้งที่หยุดของเห็น, จ่า, คิด, รู้
ของธรรมกาย เห็น, จ๋า, คิด, รู
ของธรรมกายไม่เผลอ หยุดอยู่ที่
ศูนย์กลางของดวงธรรมที่ทําให้
เป็นธรรมกายเสมอไม่เผลอเลย
นั้นเป็นอรหันต์
แบบเดียวกันให้จงได้ จึงจะ
ชื่อว่า
เป็น อันถูกต้องตามแบบ
ธรรมกายนั้นแหละ
โคตรกูบุคคล
ถ้าจะให้เป็นอริยบุคคลต่อไป ธรรมกายต้องเช้า
สมาบัติ ๘ ในระหว่างเช้าสมาบัตินั้น ดาธรรมกายต้องดู
ตาย, ดูเจ็บ, ดูแก่, ดูเกิด ของมนุษย์ให้เห็นตามความ
บ
เป็นจริงของทุกข์, สมุทัย, นิโรธ,
มรรค ถ้ายังไม่เห็นตามความ
เป้นจริงต้องดูไปอีกแต่พอเห็น
ถูกส่วนเช้าเท่านั้น ธรรมกาย
ตกศูนย์วัดเส้นผ่าศูนย์กลางของ
ศูนย์นั้น ๕ วา แล้วศูนย์นั้น
กลับเป็นธรรมกายหน้าตัก ๕ วา
เป็นพระโสดา
ทำต่อไป ธรรมกายของพระ
โสดานั้นเข้าสมาบัติ ๘ ใน
ระหว่างเช้าสมาบัตินั้นต้องเอา
ตาธรรมกายของพระโสดาดูดาย,
ดูเจ็บ, ดูแก่, ดูเกิด ของเทวกาย
เหตุให้เกิดและความดับ เหตุให้
ดับ ให้เห็นตามความเป็นจริง
ของทุกข์, สมุทัย นิโรธ มรรค
ถ้ายังไม่เห็นตามความเป็นจริง
ต้องดูต่อไปอีก แต่พอเห็น
ถูกส่วนเข้าเท่านั้น ธรรมกายของพระโสดาตกศูนย์ วัด
เส้นผ่าศูนย์กลางของศูนย์นั้น ๑๐ วา แล้วศูนย์นั้นกลับ
เป็นธรรมกายหน้าตัก ๑๐ วา เป็นพระสกทาคา
กัลยาณมิตร ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕®®