ข้อความต้นฉบับในหน้า
สามเณรแก้วรุ่นแรกของประเทศญี่ปุ่น
อุกาสะ วันทามิ ภันเต... บทคำกล่าวขึ้นต้นเพื่อขอ
บรรพชาเป็นสามเณร ในบวรพระพุทธศาสนา ได้ประกาศ
กึกก้องขึ้นแล้ว ณ ดินแดนดอกซากุระบาน เป็นคำกล่าว
ที่มาจาก กลางใจของผู้มีจิตศรัทธา เลื่อมใสในพระรัตนตรัย
เป็นคำกล่าวที่ชาวพุทธทุกคน ซึ่งได้ยินได้ฟังแล้วจะพึง
บังเกิดความปีติ เบิกบาน พร้อมกับการเปล่งเสียง
อนุโมทนาสาธุการแด่บุรุษแก้วที่ได้เข้ามาสู่ร่มผ้ากาสาวพัสตร์
อันเปรียบประดุจธงชัยแห่งพระอรหันต์
สำหรับชนชาวไทยทั่วไปในประเทศไทย คงจะรู้สึก
ว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดาสำหรับการบรรพชาเป็นสามเณร
แต่สำหรับในประเทศญี่ปุ่น กล่าวได้ว่า เป็นการจารึก
ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของชนชาติญี่ปุ่นเลยทีเดียว เพราะว่า
นี่... เป็นครั้งแรกในการบังเกิดขึ้นของพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์
แห่งการบรรพชา ในพระพุทธศาสนาของสงฆ์ฝ่ายเถรวาท
หรือหินยาน(ซึ่งแม้ในอดีตคงจะเคยมีความพยายามจัดให้มี
ขึ้นแล้วก็ตาม)
สัญญาณแห่งการเริ่มต้นปักหลักชัยของ
พระรัตนตรัยได้เริ่มขึ้นแล้ว หัวใจอันแกร่งกล้าแน่วแน่แห่ง
ความตั้งใจจริงในอันที่จะจรรโลงพระพุทธศาสนาให้เจริญ
รุ่งเรืองสืบต่อไป ได้ถูกตราตรึงขึ้นแล้วในกลางใจของเหล่า
นักรบกล้าแห่งกองทัพธรรม
วันที่ทุกคนรอคอย
และแล้ววันที่เหล่ากอของสมณะ คือสามเณร
ธรรมทายาท จะได้บังเกิดขึ้นพร้อมกันถึง ๒๑ รูป นำความ
สว่างไสวแห่งสีของผ้ากาสาวพัสตร์ ให้เจิดจรัส ณ แดน
อาทิตย์อุทัยก็มาถึง
เช้าตรู่ของวันอาทิตย์ที่ ๑๓ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๓
บรรยากาศเย็นสบายด้วยสายฝนที่โปรยปรายลงมามอบ
ความเย็นฉ่ำ ต้อนรับผู้ปกครองนาคธรรมทายาท และเหล่า
ญาติมิตรที่มาร่วมงานซึ่งต่างรอคอยวันสำคัญ วันนี้วันที่
หลายคนไม่คาดคิด ว่าจะบังเกิดขึ้นได้ การบรรพชา ณ
ต่างแดน
ในพิธีบรรพชาครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก คุณนงนุช
อิงคะวะระ อัครราชทูตฝ่ายอุตสาหกรรม สถานทูตไทย ใน
ประเทศญี่ปุ่น และคุณศรีสุวงศ์ อินทร์เชียงใหม่ เลขานุการ
สมาคมชาวลาวในประเทศญี่ปุ่น มาร่วมเป็นเจ้าภาพถวาย
ผ้าไตรแด่สามเณรธรรมทายาทและมีสาธุชนทั้งพี่น้องชาวไทย
ชาวลาว และชาวญี่ปุ่น รวมกว่าร้อยท่านมาร่วมอนุโมทนา
บุญ แม้แต่สาธุชนซึ่งมิได้เป็นญาติมิตรของนาคธรรมทายาท
ต่างก็ขอร่วมบุญโดยการเป็นเจ้าภาพงานบรรพชากันอย่าง
เนืองแน่นแสดงออกถึงความศรัทธาในพระพุทธศาสนา
และความพร้อมใจกันที่จะสนับสนุนการทำความดีสร้างบุญ
บารมี และสืบทอดประเพณีอันดีงาม
หลังจากได้ปฏิบัติธรรมนั่งสมาธิ กลั่นใจให้ใส ใน
ภาคเช้าแล้ว พิธีบรรพชาสามเณรธรรมทายาทก็ได้เริ่มขึ้น
ในภาคบ่าย ด้วยพิธีวันทาพระประธาน และเข้าสู่พิธีรับ
ผ้าไตรจากผู้ปกครอง
ทันทีที่คำว่า อุกาสะ... ดังขึ้น ทำนบน้ำตาแห่ง
ความปลื้มปีติก็ถูกทลายลง ทั้งน้ำตาของนาคธรรมทายาทที่
เอ่อล้นด้วยความตื้นตันใจ ที่ได้ทำหน้าที่ของลูกผู้ชาย คือ
การบวชทดแทนคุณผู้ให้กำเนิดพร้อมกับได้ยกฐานะจากผู้
นับถือพระรัตนตรัยมาเป็นส่วนหนึ่งของพระรัตนตรัย และ
น้ำตาของเหล่าญาติมิตรและผู้ร่วมอนุโมทนา บ่งบอกถึง
ความปีติใจที่บุตรหลานญาติมิตรจะได้เข้าสู่ร่มเงาของ
อาณาจักรแห่งธรรม อันถือได้ว่าเป็นการสืบทอดต่ออายุ
ของพระพุทธศาสนาซึ่งญาติผู้บวชก็ได้ชื่อว่าเป็นญาติกับพระ
ศาสนา แม้แต่ชาวญี่ปุ่นเองที่มาร่วมงานซึ่งอาจจะยังไม่
เข้าใจความหมายหรือนัยของคำขอขมาและการบวชทั้งหมด
แต่บรรยากาศในพิธีและกระแสใจของทุกคนที่เขาสัมผัสได้ก็
สร้างความตื้นตันใจและบอกได้แต่เพียงว่าซาบซึ้งใจไปด้วย
แม้เทวดายังร่วมอนุโมทนาบุญ
ไม่เพียงแต่จะได้ยินเสียงคำอนุโมทนาสาธุการ
อย่างกึกก้องของผู้มาร่วมงานบรรพชาสามเณรธรรมทายาท
เท่านั้น แม้เทวดายังร่วมอนุโมทนา ตั้งแต่วันปลงผมนาค
ธรรมทายาทซึ่งจัดขึ้นที่บริเวณดาดฟ้าของอาคารศูนย์
กัลยาณมิตร ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๓ | ๔๕