การปฏิบัติธรรม วารสารกัลยาณมิตร ปี 2543 ฉบับที่ 10 หน้า 89
หน้าที่ 89 / 108

สรุปเนื้อหา

หลายๆ ท่านเมื่อ ปฏิบัติธรรมใหม่ๆ มีผลแห่งการปฏิบัติธรรมดี เห็นแสงสว่างบ้าง เห็นดวง สว่างบ้าง เห็นองค์พระใส สว่างบ้าง ฯลฯ โดยไม่ ยากเย็นอะไร จึงเกิดความ คิดว่าคงจะทำได้อีกเมื่อไหร่ ก็ได้ จึงห่างเหินการปฏิบัติ ธรรมไป หรือถูกกระแสโลก โหมกระหน่ำด้วยภาระหน้าที่ การงานบ้าง ถูกความทุกข์ เบียดเบียนบีฑาบ้าง จึงไม่ค่อยปฏิบัติธรรมจนธรรมะที่เคย ได้เลือนลางจนหายไป เมื่อระลึกถึงความสุขที่เกิดจากการปฏิบัติธรรม อยากเข้าถึงจุดตรงนั้นอีก ก็ลงมือปฏิบัติ แต่เมื่อลงมือ ปฏิบัติกลับไม่ได้ผลเหมือนเก่าทั้งๆ ที่ได้ปลดภาระต่างๆ แล้วบ้าง ให้เวลาปฏิบัติธรรมมากกว่าเดิมบ้าง ทั้งนี้เป็น เพราะเหตุอะไร และจะทำอย่างไรธรรมะจึงจะกลับคืนมา ทําอย่างไรเมื่อธรรมะหาย ๑. อย่าตกใจ อย่าตกใจว่าสิ่งที่ปรารถนาได้ หลุดลอยไปแล้ว หากเรารักจร

หัวข้อประเด็น

- การปฏิบัติธรรม

ข้อความต้นฉบับในหน้า

หลายๆ ท่านเมื่อ ปฏิบัติธรรมใหม่ๆ มีผลแห่งการปฏิบัติธรรมดี เห็นแสงสว่างบ้าง เห็นดวง สว่างบ้าง เห็นองค์พระใส สว่างบ้าง ฯลฯ โดยไม่ ยากเย็นอะไร จึงเกิดความ คิดว่าคงจะทำได้อีกเมื่อไหร่ ก็ได้ จึงห่างเหินการปฏิบัติ ธรรมไป หรือถูกกระแสโลก โหมกระหน่ำด้วยภาระหน้าที่ การงานบ้าง ถูกความทุกข์ เบียดเบียนบีฑาบ้าง จึงไม่ค่อยปฏิบัติธรรมจนธรรมะที่เคย ได้เลือนลางจนหายไป เมื่อระลึกถึงความสุขที่เกิดจากการปฏิบัติธรรม อยากเข้าถึงจุดตรงนั้นอีก ก็ลงมือปฏิบัติ แต่เมื่อลงมือ ปฏิบัติกลับไม่ได้ผลเหมือนเก่าทั้งๆ ที่ได้ปลดภาระต่างๆ แล้วบ้าง ให้เวลาปฏิบัติธรรมมากกว่าเดิมบ้าง ทั้งนี้เป็น เพราะเหตุอะไร และจะทำอย่างไรธรรมะจึงจะกลับคืนมา ทําอย่างไรเมื่อธรรมะหาย ๑. อย่าตกใจ อย่าตกใจว่าสิ่งที่ปรารถนาได้ หลุดลอยไปแล้ว หากเรารักจริง ทำจริง อย่างไรเสียธรรมะ นั้นก็จะกลับมา ๒. อย่าเสียใจ อย่าเสียใจว่าเราไม่น่าทำให้ธรรมะ นั้นสูญหายไปเลย อย่าโทษตัวเอง อย่าโทษผู้อื่น หรือ สิ่งแวดล้อมใดๆ เพราะสิ่งที่น่าเสียใจยิ่งกว่าการทำให้ ธรรมะหาย คือการไม่ทำให้ธรรมะนั้นกลับคืนมา ๓. อย่าเสียดาย อย่ามัวเสียดายธรรมะนั้น อย่าคิด ว่าเราสูญเสีย แต่เรากำลังได้ต่างหาก เราได้ความรู้ใหม่ เรื่องการเกิดดับว่าเป็นเรื่องธรรมดา เราได้เรียนรู้ ประสบการณ์ภายในที่ครอบคลุม จะได้แนะนำผู้อื่นได้อีก มากมาย ดังนั้น จึงไม่ควรวิตกหรือเสียดาย พร่ำหา จนไม่ เป็นอันทำอะไร ก็ในเมื่อก่อนหน้านี้เรายังไม่เคยเห็นธรรมะ อย่างนั้น เราก็ยังเห็นได้ ทำไมจะเห็นอีกไม่ได้ และเมื่อเห็น แล้วหายไปได้เดี๋ยวก็กลับมาให้เห็นใหม่ได้ ๔. จำวิธีการที่เคยได้ ให้จำวิธีการเดิมที่ทำแล้วได้ ผลมาใช้อีก โดยค่อยๆ ระลึกว่าก่อนที่จะได้ประสบการณ์ ภายในที่ดีนั้น สถานที่เหตุการณ์ บรรยากาศช่วงนั้นเป็น อย่างไร เราทำอะไร เราคิดอะไร เรามีจิตใจอย่างไร ประการสำคัญที่สุดคือขณะทำสมาธิ เราวางใจอย่างไร ปรับปรุงจิตใจอย่างไร ก็นำวิธีการเดียว วิธีการเดิม วิธีการ ดีนั้นมาใช้อีก ซึ่งก็ไม่พ้นหลัก “หยุด นิ่ง เฉย สบายๆ ๕. เริ่มต้นใหม่อย่างง่ายๆ เมื่อจำวิธีการเดิมที่เคย ได้ (หรือแม้จำไม่ได้ก็ตาม) ก็ให้เริ่มต้นใหม่อย่างง่ายๆ นั่งให้ เกิดความโล่ง โปร่ง เบา สบาย นั่งทำใจให้เยือกเย็น มี ความสุขกับการทำสมาธิ ไม่เร่งรีบเร่งร้อนใดๆ ผ่อนคลาย อารมณ์จากสิ่งต่างๆ แม้จะฟังจะมีดอย่างไร ก็ต้องไม่กังวล นั่งไปโดยไม่เน้นที่ภาพแต่เน้นที่อารมณ์สบาย 5. อย่ามีความอยากนำหน้า “ความอยาก” เป็นศัตรู ร้ายกาจของการปฏิบัติธรรม ความอยากทำให้ใจเร่าร้อน ทำให้จิตหยาบ ทำให้เราวางใจไม่ถูกส่วนโดยเฉพาะผู้ที่เคย ได้ผลแห่งการปฏิบัติมาแล้ว ยิ่งอยากได้เป็นทวีคูณซึ่งจะ ทำให้เผลอไปใช้วิธีการผิดๆ ได้โดยง่าย พระเดชพระคุณ หลวงพ่อธัมมชโย ท่านสอนเสมอว่า “เวลานั่งอย่าตั้งใจมาก แต่ต้องทำความเพียรตลอดเวลา ทำใจให้หยุดนิ่ง อย่า อยากได้มาก อย่าให้มีความอยากนำหน้า ภาวนาตามหลัง” คืออย่าอยากมากกว่าท่า อย่าอยากได้จนลืมท่าใจให้หยุดนิ่ง กัลยาณมิตร ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๓ | ๔๓
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More