ข้อความต้นฉบับในหน้า
ปรารภให้ฟังว่า ตอนมาใหม่ๆ เข้าวัดใหม่ๆ ปฏิบัติธรรมใหม่ๆ
นั่งได้ผลดีทีเดียว ก็เลยมีความคิดว่า จะทำเมื่อไหร่ก็คงจะได้
อย่างนี้เหมือนเดิมจึงชะล่าใจ ประมาท ทำๆ หยุดๆ หย่อนๆ
เดี๋ยวทำ เดี๋ยวก็ไม่ทำ มีอารมณ์ที่ก็ทำ หมดอารมณ์ที่ก็
เลิกรากันไป
พอตอนหลังเกิดอยากจะปฏิบัติธรรม อยากจะให้ดี
เหมือนเดิมก็ตั้งใจเกินไป มีความอยากนำหน้าภาวนาตามหลัง
ปฏิบัติไปก็ไม่ได้ผลดีเท่าเดิม เพราะความอยากนำหน้า
ภาวนาตามหลัง จึงเกิดความกังวลใจ เกิดความทุกข์ใจเวลา
นั่งก็กระสับกระส่ายอยากจะได้เหมือนเดิม
เพราะฉะนั้น ใครที่ได้แล้ว จง
หวงแหนเอาไว้ให้ดี รักษาให้หยุดให้นิ่ง
เอาไว้ จะได้ไม่มาเสียดายหรือเสียใจใน
ภายหลังเมื่อเวลามันผ่านไป สังขารก็
แปรไปเสื่อมไปเรื่อยๆ จะหวนกลับคืน
มาปฏิบัติให้เหมือนเดิมมันยาก แต่ก็
สำหรับผู้ที่เคยได้แล้วชะล่าใจ
สนุกสนานมีรสมีชาติของการปฏิบัติธรรม ก็มีวัตถุประสงค์
ที่จะให้ทุกคนได้ถนอมศูนย์กลางกายเอาไว้ ประคองเอาไว้
เรื่อยๆ จะได้สมหวัง
แค่หยุดประเดี๋ยวเดียวเห็นแสงสว่าง ยังมีรสมีชาติ
พูดไม่ออกบอกไม่ถูกทีเดียว แต่ถ้าหยุดในหยุดกว่านั้นไปอีก
ได้เข้าถึงสิ่งที่มีอยู่ในตัว ได้เห็นดวงธรรม เห็นกายภายใน
เห็นชีวิตภายในที่สลับซับซ้อน ละเอียดซ้อนอยู่ในหยาบไป
ตามลำดับ จะยิ่งมีรสมีชาติยิ่งไปกว่านี้เข้าไปอีก เหมือนเถา
ปิ่นโตที่ใส่อาหารในแต่ละชั้นที่เรียงรายซ้อนๆ กันอยู่ เปิด
เถาปิ่นโตชั้นแรกขึ้นมารับประทานว่า
อร่อยแล้วชั้นถัดไปยิ่งอร่อยไปกว่านั้นอีก
รสแห่งธรรมของเช่นเดียวกัน จะ
ประณีตขึ้นไป ลุ่มลึกขึ้นไป อร่อยขึ้นไป
เรื่อยๆ มีรสมีชาติขึ้นไป ชวนติดตาม
ทีเดียว สนุกสนานเบิกบานยิ่งกว่ารสใน
ทางโลกเสียอีก
เพราะฉะนั้น ให้หมั่นฝึกฝน
อบรมใจกันให้ดีนะลูกนะ..... ใครที่ทำได้
แล้วก็ทําต่อไปหยุดนิ่งต่อไป สักแต่ว่า
เห็นทุกสิ่งที่เกิดขึ้นมาไม่ว่าจะเป็นภาพ
เป็นเสียง หรือเสียงมาพร้อมภาพ ก็
สักแต่ว่าเห็น สักแต่ว่าได้ยิน สักแต่ว่า
ได้อย่างนั้น เราทำอย่างไร แล้วก็ทำอย่างนั้นอีกนั่นแหละ ได้กลิ่นลิ้มรสถูกต้องสัมผัส “สักแต่ว่า” ทั้งหมดเรื่อยไปนะ
จนกระทั่งมันเลือนหายไปก็อย่าเพิ่งท้อใจ
ยังมีความหวังใหม่ที่เราสามารถจะ
เข้าถึงจุดตรงนั้นได้อีก โดยทำใจให้
เหมือนเด็กอนุบาล อินโนเซนท์ นึก
ทบทวนว่าตอนสมัยโน้น ก่อนที่เราจะ
โดยเริ่มต้นใหม่อย่างง่ายๆ ลืมภาพชีวิตเดิมๆ ประสบการณ์
ลูกนะ”
ภายในเดิมๆ ไปเสียก่อน แล้วเริ่มต้นใหม่อย่างง่ายๆ อย่า
ไปเสียดายประสบการณ์นั้น อย่าเสียใจที่เราชะล่าใจ ให้เริ่ม
๏ จำคำนี้ “สักแต่ว่า” นะลูกเอ๋ย
จะเปิดเผย สิ่งล้ำค่า
ให้ลูกเห็น
ต้นใหม่ด้วยใจที่เบิกบานแช่มชื่น รักษาความบริสุทธิ์ของใจ
การหยุดการนิ่งของเราเอาไว้ ไม่ช้าสิ่งที่ดีเหล่านั้นก็จะหวน
คืนมาใหม่ ชีวิตเราก็จะกลับมามีความสุข มีความสดชื่น
เบิกบาน แล้วจำเอาไว้ นับจากนี้เป็นต้นไป เราจะหวงแหน
สิ่งที่ดีงามนี้เอาไว้ด้วยชีวิตทีเดียว และก็จะทำให้มันเจริญ
ขึ้นไปเรื่อยๆ ด้วยการปฏิบัติธรรม
การที่หลวงพ่อให้สถาปนาบ้านกัลยาณมิตร ก็มี
วัตถุประสงค์อย่างนี้แหละ เรามีกิจกรรมรวมสมาชิกในบ้าน
เพื่อนบ้าน ญาติมิตร ผู้เป็นที่รัก มานั่งรวมกันมันจะได้เกิด
พลังใจ เกิดพลังหมู่ ทำให้เรานั่งอย่างมีความสุข
เดี๋ยวก็ปิ๊ง
เห็นความมืด ติดตา
อย่าลำเค็ญ
สักแต่ว่า
ฉันเห็น
ก็เป็นพอ
นิ่งเบาๆ ต่อไป
ใจนิ่งๆ
ใสแจ๋ว
จนร้องอ๋อ
เพิ่งเข้าใจ
“สักแต่ว่า” วันนี้นอ
ช่วยบอกต่อ
“สักแต่ว่า” ล้ำค่าจริง
(ตะวันธรรม ๒ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๓)
กัลยาณมิตร ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ | ๔๙