ข้อความต้นฉบับในหน้า
นายสาวจะจิกผมเราไม่ได้”
เมื่อคิดดังนั้นนางก็โกนผมเสียจน
เกลี้ยงโล้นแล้วจึงกลับขึ้นคฤหาสน์ไป เมื่อ
นายสาวเห็นเข้าก็ยิ่งโกรธมากขึ้นแล้ว
อันเป็นพุทธกิจที่ทรงปฏิบัติอยู่เป็นนิตย์
ทรงเห็นว่านางรัชชุมาลาทาสีจักได้บรรลุ
พระโสดาปัตติผลสำเร็จเป็นพระอริยบุคคล
พราหมณ์เฒ่า
ผู้ประเสริฐเที่ยงแท้จึงเสด็จออกจากพระเชต
ตะโกนด่าว่า
วันมหาวิหารเพียงพระองค์เดียวประทับ
มองหน้านางทาสี
“มึงโกนผมเสีย ด้วยนึกในใจว่าจัก
ณ ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง แล้วจึงเปล่งพระ
พ้นน้ำเมือกแล้วเหรอ"
ว่าดังนั้นแล้วก็สั่งให้คนไปเอา
ปลายเชือกฉุดมาตบตี เสร็จแล้วก็บังคับไม่
เห็น พักตรา
ผ่องใสผิดสังเกต
ฉัพพรรณรังสีให้สว่างไสวแลเลื่อม
พรรณรายอยู่ในบริเวณนั้นเป็นอัศจรรย์
เชือกมารัดศีรษะนางทาสีนั้น แล้วจับเอา
ไม่เศร้าหมอง
ส่วนนางรัชชุมาลาทาสี เมื่อถูก
โบยตีมาจากนายสาวทั้งวัน ก็ปวดร้าว
เหมือนแต่ก่อน
ให้เอาเชือกนั้นออก ปล่อยให้เชือกรัดศีรษะ
ชอกช้ำสลบซบหลับไปทั้งคืน ครั้นเมื่อรู้สึก
อยู่อย่างนั้น ครั้นพอเกิดอารมณ์โกรธขึ้น
ก็เอ่ยถามว่าเป็น
ตัวตื่นขึ้นในยามอรุณรุ่ง ให้รู้สึกเจ็บปวด
ครั้งใดก็จับปลายเชือกฉุดกระชากลากมาตบตี
เพราะเหตุใด
รวดร้าวไปทั้งร่าง นางน้อยใจในวาสนาจน
จนคนทั้งหลายเรียกนางทาสีนั้นว่า รัชชุมาลา
น้ำตาไหลริน ก็คิดไปว่า
ต่อมาวันหนึ่งองค์สมเด็จพระ
“จักมีประโยชน์อันใด ด้วยการมี
สัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงตรวจดูหมู่สัตว์
ชีวิตอยู่ให้เขาทุบตีเอาตามใจชอบ ได้รับ
LONG
๕๐ | กัลยาณมิตร ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๒
ความเจ็บปวดไม่มีวันสิ้นสุด ชาตินี้มีกรรม
เราจึงต้องได้รับความทรมานทั้งร่างกาย
และจิตใจ เมื่อมีกรรมเช่นนี้แล้วก็อย่าอยู่
เป็นผู้เป็นคนกับเขาอีกเลย ตายเสียดีกว่า”
เมื่อนางคิดเช่นนั้นแล้วก็เดินตรง
ไปยังท่าน้ำ คว้าเอาเชือกเถาวัลย์ติดมือมา
ตั้งใจจะผูกคอตาย ครั้นเดินมาถึงต้นไม้
ใหญ่นางก็ปีนขึ้นไปบนต้นไม้ แล้วเหลียว
มองดูรอบข้างเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะทํา
อัตวินิบาตกรรม พลันสายตาก็เหลือบไป
เห็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าซึ่ง
ประทับนั่งอยู่ ณ ต้นไม้ใกล้ๆ นั่นเอง นาง
อัศจรรย์ใจแลปีติยินดีเป็นยิ่งนักด้วยองค์
พระชินสีห์ทรงสวยงามด้วยพระ
ฉัพพรรณรังสี ประเสริฐเลิศกว่าเทวดาและ
มนุษย์ทั้งหลาย และคิดว่า
“หากแม้ตัวข้าผู้มีวาสนาน้อย ได้
ฟังพระธรรมเทศนาแห่งองค์สมเด็จพระ
สัมมาสัมพุทธเจ้าสักครั้งหนึ่ง ก็คงจักเป็น
บุญกุศลแก่ตัวยิ่งนัก แต่เห็นทีจักไม่มี