ปาฏิหาริย์ในพระพุทธศาสนา วารสารกัลยาณมิตร ปี 2543 ฉบับที่ 10 หน้า 72
หน้าที่ 72 / 108

สรุปเนื้อหา

บุรุษครบ ๓๒ ประการ เหมือนกับ พระองค์ทุกอย่าง ทรงเปล่งพระ ฉัพพรรณรังสี มีสีเขียว เหลือง แดง ขาว หงสบาท และปภัสสร และมี ท่อไฟพลุ่งออกจากด้านซ้าย สาย น้ำไหลออกทางเบื้องขวา ท่อไฟ พลุ่งออกแต่พระบาทเบื้องขวา สายน้ำไหลออกแต่พระบาทเบื้องซ้าย ท่อไฟพลุ่งออกแต่ พระบาทเบื้องซ้าย สายน้ำไหลออกแต่พระบาทเบื้องขวา ท่อไฟสายน้ำพุ่งออกทางส่วนต่างๆ ของพระวรกายเปล่ง รัศมีสว่างไสวรุ่งโรจน์ หากพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงจงกรม พระพุทธ นิรมิตจะยืนหรือนั่งหรือนอน ถ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าประทับ ยืน พระพุทธนิรมิตย่อมจงกรม นั่งหรือสำเร็จการนอน หากพระผู้มีพระภาคเจ้าประทับนั่งพระพุทธนิรมิตย่อมจงกรม ยืนหรือสำเร็จการนอนพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงสำเร็จสีหไสยา พระพุทธนิรมิตย่อมจงกรม ยืนหรือนั่ง รัศมีของพระพุทธ นิรมิตและของพระพุทธเจ้าพุ่งจาก

หัวข้อประเด็น

- ปาฏิหาริย์ในพระพุทธศาสนา

ข้อความต้นฉบับในหน้า

บุรุษครบ ๓๒ ประการ เหมือนกับ พระองค์ทุกอย่าง ทรงเปล่งพระ ฉัพพรรณรังสี มีสีเขียว เหลือง แดง ขาว หงสบาท และปภัสสร และมี ท่อไฟพลุ่งออกจากด้านซ้าย สาย น้ำไหลออกทางเบื้องขวา ท่อไฟ พลุ่งออกแต่พระบาทเบื้องขวา สายน้ำไหลออกแต่พระบาทเบื้องซ้าย ท่อไฟพลุ่งออกแต่ พระบาทเบื้องซ้าย สายน้ำไหลออกแต่พระบาทเบื้องขวา ท่อไฟสายน้ำพุ่งออกทางส่วนต่างๆ ของพระวรกายเปล่ง รัศมีสว่างไสวรุ่งโรจน์ หากพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงจงกรม พระพุทธ นิรมิตจะยืนหรือนั่งหรือนอน ถ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าประทับ ยืน พระพุทธนิรมิตย่อมจงกรม นั่งหรือสำเร็จการนอน หากพระผู้มีพระภาคเจ้าประทับนั่งพระพุทธนิรมิตย่อมจงกรม ยืนหรือสำเร็จการนอนพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงสำเร็จสีหไสยา พระพุทธนิรมิตย่อมจงกรม ยืนหรือนั่ง รัศมีของพระพุทธ นิรมิตและของพระพุทธเจ้าพุ่งจากพระสรีระออกไปจรดชั้น อกนิฏฐพรหม แล้วตั้งอยู่ที่ขอบปากจักรวาล ปริมณฑล ๓๖ โยชน์ แม้คนหนึ่ง เมื่อแลดูสิริของ พระพุทธเจ้าในวันนั้นแล้ว ชื่อว่าไม่ปรารถนาความ เป็นพระพุทธเจ้า มิได้มีเลย เวลาที่พระพุทธเจ้าทรง แลดูเบื้องบน ทั้งมนุษย์และเทวดาก็สามารถมอง เห็นตามไปจนถึงพรหมโลก เมื่อทรงแลดูข้างล่าง ก็ สามารถมองเห็นตามไปจนถึงอเวจีมหานรก เมื่อ ทรงแลดูรอบๆ มนุษย์เทวดาและสัตว์นรกก็มองเห็น หมดทั้ง ๓ ภพด้วยตาเนื้อ เทพบุตรนักฟ้อนชื่อปัญจสุขะ ถือพิณสี เหลืองดุจผลมะตูมยืนอยู่ ณ ข้างเบื้องขวา ทำบูชา ด้วยการฟ้อนแด่พระศาสดาลงมา ท้าวมหาพรหม กั้นฉัตร ท้าวสุยามถือพัดวาลวีชนี พระศาสดาเสด็จ ลงพร้อมด้วยบริวารหยุดประทับอยู่ที่ประตูสังกัสสนคร แล้วทรงแสดงธรรมให้กับเหล่าพุทธบริษัทที่มา ประชุมกันในวันนั้นฟัง ทำให้มีผู้บรรลุธรรมมากมายถึง mo , โกฏิ ๑๓ นี่คือเรื่องราวของอิทธิปาฏิหาริย์ที่บังเกิดขึ้น จริงในพระพุทธศาสนา เกิดขึ้นคราใด ก็นำความปีติ ศรัทธาเลื่อมใสมาให้ทุกครั้งไป และปาฏิหาริย์นั้นใครๆ ก็ อยากพบเจอ เพราะฉะนั้น เดือนตุลาคมนี้จึงเป็นเดือน พิเศษหลายๆ อย่างมาประชุมรวมกัน ตั้งแต่เป็นเดือน ออกพรรษา ซึ่งในปีนี้วันออกพรรษาก็ตรงกับวันพุธที่ ตุลาคม นอกจากจะเป็นวันคล้ายวันที่พระบรมศาสดาเสด็จ ลงจากเทวโลก ทรงเปิดโลกให้ทั้งมนุษย์ เทวดา สัตว์นรก ได้เห็นกันและกันเมื่อครั้งสมัยพุทธกาลแล้ว ยังเป็นเดือนที่ เกิดเหตุการณ์มหัศจรรย์ หลวงพ่อวัดปากน้ำปรากฏบน ท้องฟ้าให้มหาชนได้กราบไหว้บูชาในวันที่ ๑๑ ตุลาคม เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๑ ที่ผ่านมาอีกด้วย ตราบใดที่พระพุทธศาสนายังดำรงอยู่ ปาฏิหาริย์ ทั้งหลายที่เกิดจากอานุภาพของใจหยุดนิ่ง ย่อมบังเกิดขึ้น พลังศรัทธาที่มีต่อพระพุทธศาสนาต่อไป และเป็นเรื่องที่น่ามหัศจรรย์ยิ่งนัก ว่าขณะที่พระ ให้เหล่าพุทธบริษัททั้งหลายได้ปีติปราโมทย์ เพื่อเพิ่มพูน พุทธองค์เสด็จลงมานั้น เทวดาเห็นพวกมนุษย์ แม้พวก มนุษย์ในโลก ก็เห็นพวกเทวดาในสวรรค์ด้วยตาเนื้อ มนุษย์ ทิพย์และสัตว์นรกทั้งหลายต่างก็เห็นกันและกัน ซึ่งไม่เคย บังเกิดขึ้นมาก่อนเลย พระผู้มีพระภาคเจ้าก็ทรงเปล่งพระ ฉัพพรรณรังสีสว่างไสวไปทั่วโลกธาตุ พุทธบริษัทซึ่งมี ๗๐ | กัลยาณมิตร ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๓
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More