ข้อความต้นฉบับในหน้า
พระพุทธมารดาทรงประทับยืน แล้วพระองค์ก็ประสูติ ไม่ได้
เอาพระเศียรออกมาอย่างกับมนุษย์ทั้งหลาย ทรงเอา
พระบาทออกมาก่อน ทันทีที่คลอดพระบาทเหยียบถึงพื้น
ปรากฏว่า ทรงยืนได้เลย ไม่เหมือนมนุษย์ทั้งหลายที่จะต้อง
มานอนร้องแว้กันทั้งเมือกทั้งเลือด เปื้อนกันให้ย่ำแย่ไป
ก็มองเห็นได้จากตรงนี้เอง
ในเมื่อพระโพธิสัตว์สั่งสมบุญบารมีมานับด้วย
อสงไขยกัป อำนาจบุญอำนาจบารมีที่สั่งสมไว้ดีแล้ว ทำให้
เป็นทั้งพลังกาย พลังใจ เพราะขนาดที่อยู่ในครรภ์ ลูก
มนุษย์ทั้งหลายนอนขดอยู่ แต่พระพุทธองค์นั่งทำสมาธิ
เมื่อถึงตรงนี้หลายๆ ท่านอาจจะสงสัยข้อความใน เมื่อพระพุทธมารดาทำสมาธิแล้ว ก็มองเห็นชัดแจ๋วว่า ลูก
เรื่องการบันทึกข้อความในพระไตรปิฎกนั้น
ผู้บันทึกเป็นพระอรหันต์ หมดกิเลสแล้ว มีศีลบริบูรณ์
เป็นผู้ที่บริสุทธิ์ พระอรหันต์เหล่านี้ท่านมีปรกติว่า
ไม่พูดไม่เขียนอะไรที่ผิดศีล
ท่านไม่ทราบว่าจะต้องไปโกหกมนุษย์ทำไม
พระไตรปิฎกนี้จะพรรณนา
ยกย่องพระสัมมาสัมพุทธ
เจ้าของเราไว้เกินเหตุหรือเปล่า
เพราะเราเคยเห็นแต่ว่าคลอด
ออกมาแล้วก็ตัวแดง อย่าว่า
แต่ยืนได้เลย แม้แต่กำลังจะ
ลืมตายังลืมไม่ขึ้น แต่พระ
โพธิสัตว์ทรงยืนเลย ตรงนี้ก็
อยากจะฝากเป็นข้อคิดไว้ ๒
ประการ
ประการแรก ในเรื่อง
การบันทึกข้อความในพระ
ไตรปิฎกนั้น ผู้บันทึกเป็นพระ
อรหันต์ หมดกิเลสแล้ว มีศีล
บริบูรณ์ เป็นผู้ที่บริสุทธิ์ พระอรหันต์เหล่านี้ท่านมีปรกติว่า
ไม่พูดไม่เขียนอะไรที่ผิดศีล ท่านไม่ทราบว่าจะต้องไปโกหก
มนุษย์ทำไม เพราะฉะนั้น ข้อความนี้อย่าได้สงสัยเลย
ประการที่ ๒ แล้วอะไรที่ทำให้พระองค์ทรงแข็ง
แรงถึงขนาดประทับยืนได้ ก็ต้องบอกว่า ที่เรารับรู้กันตลอด
ว่าอะไรมันก็ขึ้นอยู่กับบุญ ไม่มีบุญหยิบอะไรไม่สำเร็จ ทำ
อะไรไม่ได้สมหวัง แต่ถ้ามีบุญก็จะหยิบจะทำอะไรสำเร็จหมด
เราในครรภ์นี้นั่งทำสมาธิอยู่ไม่เหมือนลูกของชาวโลกทั้งหลาย
เมื่อคลอดออกมาก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะทรงมีพละกำลัง
จนกระทั่งทรงประทับยืนได้
๖๒ | กัลยาณมิตร ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๓