การอยู่ร่วมกันและการถกเถียง วารสารกัลยาณมิตร ปี 2543 ฉบับที่ 10 หน้า 61
หน้าที่ 61 / 108

สรุปเนื้อหา

การอยู่ด้วยกันก็ดี การทำงานร่วมกันก็ดี ย่อม จะมีเรื่องที่จะต้องถกเถียงหรือทะเลาะกันบ้างตาม ธรรมดาของคนที่ยังมีกิเลส จะให้สงบราบรื่นตลอดไปนั้น เห็นจะไม่ได้ เพราะคนเราต่างจิตต่างใจ มีความต้องการ มี ความคิดเห็นแตกต่างกัน การเห็นแย้งกันเป็นเรื่องปกติ และถ้าจะว่าไปแล้วการเห็นแย้งนั้นอาจเป็นสิ่งดีก็ได้ เพราะ การเห็นแย้งทำให้ฉุกคิดทำให้ต้องทบทวนใหม่ แม้จะเสีย เวลาไปบ้างก็อาจทำให้รอบคอบขึ้น ไม่หละหลวมเหมือนว่า ตามๆ กันไปโดยไม่มีข้อโต้แย้งอะไร แต่การถกเถียงกันหรือ การโต้แย้งกันเพื่อเอาชนะคะคานกันนั้นเป็นเรื่องที่เสียเวลา เป็นเรื่องไร้สาระ และก่อให้เกิดความเสียหายโดยส่วนเดียว การถกเถียงกันที่อยู่ในกรอบเท่านั้นจึงจะเป็นประโยชน์ สัตบุรุษคือคนดีที่ยึดถือเหตุผลเป็นหลัก เมื่อ ถกเถียงหรือโต้แย้งกันแล้วก็หาท

หัวข้อประเด็น

- การอยู่ร่วมกันและการถกเถียง

ข้อความต้นฉบับในหน้า

การอยู่ด้วยกันก็ดี การทำงานร่วมกันก็ดี ย่อม จะมีเรื่องที่จะต้องถกเถียงหรือทะเลาะกันบ้างตาม ธรรมดาของคนที่ยังมีกิเลส จะให้สงบราบรื่นตลอดไปนั้น เห็นจะไม่ได้ เพราะคนเราต่างจิตต่างใจ มีความต้องการ มี ความคิดเห็นแตกต่างกัน การเห็นแย้งกันเป็นเรื่องปกติ และถ้าจะว่าไปแล้วการเห็นแย้งนั้นอาจเป็นสิ่งดีก็ได้ เพราะ การเห็นแย้งทำให้ฉุกคิดทำให้ต้องทบทวนใหม่ แม้จะเสีย เวลาไปบ้างก็อาจทำให้รอบคอบขึ้น ไม่หละหลวมเหมือนว่า ตามๆ กันไปโดยไม่มีข้อโต้แย้งอะไร แต่การถกเถียงกันหรือ การโต้แย้งกันเพื่อเอาชนะคะคานกันนั้นเป็นเรื่องที่เสียเวลา เป็นเรื่องไร้สาระ และก่อให้เกิดความเสียหายโดยส่วนเดียว การถกเถียงกันที่อยู่ในกรอบเท่านั้นจึงจะเป็นประโยชน์ สัตบุรุษคือคนดีที่ยึดถือเหตุผลเป็นหลัก เมื่อ ถกเถียงหรือโต้แย้งกันแล้วก็หาทางยุติ แล้วก็ทำงานร่วมกัน ต่อไปได้ โดยไม่เก็บเอาเรื่องที่ขัดแย้งหรือที่ถกเถียงกันนั้น มาเป็นอารมณ์มาถือโกรธกันต่อไป หรือถ้าเป็นสามีภรรยากัน หลังจากทะเลาะกันแล้วก็ดีกัน ลืมเรื่องที่ทะเลาะกันไป เพื่อนฝูงกัน โต้เถียงกันแล้วก็คบหากันเหมือนเดิม ไม่ถือ โทษโกรธเคืองอะไรกัน นี่คือลักษณะของสัตบุรุษ ส่วนคน พาลหรือคนที่เอาแต่อารมณ์เอาแต่ใจตัว เมื่อทะเลาะกัน แล้วก็แตกกันไปเลย ต่อกันไม่ติดอีก เหมือนบาตรดินที่ตกแตกเป็นเสี่ยงๆ แตก แล้วก็แตกไปเลย ไม่อาจเชื่อมประสานให้ เหมือนเดิมได้ นอกจากจะแตกกันแล้วยัง ก่อความไม่สงบให้แก่กันและกัน ตาม รังควานคู่กรณีด้วยความเคียดแค้นชิงชังอีก ต่างหาก คนพาลมีลักษณะอย่างนี้ คนบาง คนอาจเป็นผู้ใหญ่เป็นผู้มีการศึกษาที่มีฐานะ ดีเสียด้วยซ้ำไป แต่ยังมีนิสัยพาลอย่างนี้อยู่ ในตัวในหัวใจเต็มที่ ผู้ใหญ่เช่นนี้ก็นับว่าเป็น คนพาลแท้ทีเดียว คนเราอยู่ด้วยกันทำงานด้วยกัน จำต้องรับฟัง ความคิดเห็นซึ่งมีเหตุมีผลของกันและกัน เห็นด้วยหรือไม่ เห็นด้วย ก็ฟังไว้ก่อน แล้วหาเหตุผลมาหักล้างในเมื่อเห็น ว่าไม่ถูกต้อง คนดีย่อมจะฟังเหตุผลของคนอื่นเสมอ ผิดกับ คนพาลซึ่งมักเอาแต่ใจตัวเอง คิดว่าตัวเองถูกต้องคนเดียว ไม่ยอมฟังใคร ดันทุรังจะเอาให้ได้อย่างเดียว อย่างนี้ก็ต้อง ทะเลาะกันไปตลอดกาล หรือถ้าต่างฝ่ายต่างก็เป็นคนพาล ด้วยกัน ก็อยู่ด้วยกันไม่ได้ ทำงานด้วยกันไม่ได้ ต้องแตก กันไปคนละทางสองทางเท่านั้น ลิ้นกับฟันย่อมกระทบกันบ้างเป็นธรรมดา แต่ก็อยู่ ด้วยกันได้ด้วยดี คนเราก็เหมือนกัน เมื่ออยู่ด้วยกันทำงาน ด้วยกันก็ย่อมกระทบกระทั่งกันหรือทะเลาะกันบ้าง แต่ควร ทะเลาะกันอย่างสัตบุรุษคืออย่างมีสติ แล้วก็แล้วกันไป ไม่ ถือเอามาเป็นอารมณ์อีก หากทะเลาะกันแบบคนพาลซึ่ง ทะเลาะกันแล้วก็แตกกันไปเลยย่อมนำแต่เรื่องมาให้ไม่รู้จบสิ้น สัตบุรุษคือคนดีที่ยึดถือเหตุผลเป็นหลัก เมื่อถกเถียงหรือโต้แย้งกันแล้วก็หาทางยุติ แล้ว ก็ทํางานร่วมกันต่อไปได้ โดยไม่เก็บเอาเรื่องที่ขัดแย้งหรือที่ถกเถียงกันนั้น มาเป็น อารมณ์มาถือโกรธกันต่อไป กัลยาณมิตร ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๓ | ๕๙
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More