วิชชาที่ ๑ และ วิชชาที่ ๒ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2541 ฉบับที่ 8 หน้า 19
หน้าที่ 19 / 132

สรุปเนื้อหา

สิบชาติ ยี่สิบชาติ สามสิบชาติ สี่สิบชาติ ห้าสิบชาติ ร้อยชาติ พันชาติ แสนชาติ ตลอดหลายลังวัฏฏกัปบ้าง ว่าเมื่อเรา อยู่ในภพโน้น มีชื่ออย่างนั้น มีโดดร มี วรรณะ มีอาหารอย่างนั้นๆ เสวยสุข และทุกข์เช่นนั้นๆ มีอายุสิ้นสุดลงเท่านั้นๆ ครั้นจุติ จากภพนั้นแล้ว ได้เกิดในภพโน้น มีชื่อ โสตร วรรณะ อาหารอย่างนั้นๆ ได้เสวย สุขและทุกข์เช่นนั้นๆมีอายุสิ้นสุดลงเท่านั้น ครั้นจุติจากภพนั้นๆ แล้ว มาเกิดในภพนี้ฯ เรานั้นระลึกถึงขันธที่เคยอยู่ในภพก่อนได้ หลายประการ พร้อมทั้งอาการและ ลักษณะดังนี้ ราชกุมาร! นี่เป็น วิชชาที่ ๑ ที่เราได้บรรลุแล้วในยามแรกแห่งราตรี" เมื่อพระองค์ทรง ใจให้หยุดใน นิ่งในนิ่ง เข้าไปในธรรมกายซ้ำแล้ว หยุด ซ้ำอีกไปตามลำดับๆ ความสว่างภายในก็ ยิ่งทับทวีเพิ่มขึ้นไปอีกนับอสงไขยเท่าไม่ ถ้วน จนกระทั่งทร

หัวข้อประเด็น

- วิชชาที่ ๑ และ วิชชาที่ ๒

ข้อความต้นฉบับในหน้า

สิบชาติ ยี่สิบชาติ สามสิบชาติ สี่สิบชาติ ห้าสิบชาติ ร้อยชาติ พันชาติ แสนชาติ ตลอดหลายลังวัฏฏกัปบ้าง ว่าเมื่อเรา อยู่ในภพโน้น มีชื่ออย่างนั้น มีโดดร มี วรรณะ มีอาหารอย่างนั้นๆ เสวยสุข และทุกข์เช่นนั้นๆ มีอายุสิ้นสุดลงเท่านั้นๆ ครั้นจุติ จากภพนั้นแล้ว ได้เกิดในภพโน้น มีชื่อ โสตร วรรณะ อาหารอย่างนั้นๆ ได้เสวย สุขและทุกข์เช่นนั้นๆมีอายุสิ้นสุดลงเท่านั้น ครั้นจุติจากภพนั้นๆ แล้ว มาเกิดในภพนี้ฯ เรานั้นระลึกถึงขันธที่เคยอยู่ในภพก่อนได้ หลายประการ พร้อมทั้งอาการและ ลักษณะดังนี้ ราชกุมาร! นี่เป็น วิชชาที่ ๑ ที่เราได้บรรลุแล้วในยามแรกแห่งราตรี" เมื่อพระองค์ทรง ใจให้หยุดใน นิ่งในนิ่ง เข้าไปในธรรมกายซ้ำแล้ว หยุด ซ้ำอีกไปตามลำดับๆ ความสว่างภายในก็ ยิ่งทับทวีเพิ่มขึ้นไปอีกนับอสงไขยเท่าไม่ ถ้วน จนกระทั่งทรงสามารถเห็นแม้กิเลส ที่หมักดอง ห่อหุ้ม ครอบงำ กัดกร่อน บีบคั้น บังคับใจของสรรพสัตว์ทั้งหลาย ได้อย่างชัดเจน เห็นจนกระทั่งการไปเกิด มาเกิดของสรรพสัตว์เหล่านั้น ซึ่งเรียกว่า ทรงบรรลุจุดปปาตญาณ พระองค์ได้ตรัส อาการบรรลุจุตูปปาตญาณเอาไว้ในโพธิ ราชกุมารสูตรอีกเช่นกันว่า “เรามีจัก ทิพย์บริสุทธิ์กว่าจักขุ ของสามัญมนุษย์ ย่อมแลเห็นสัตว์ ทั้งหลายจุติอยู่ บังเกิดอยู่ เลวทราม ประณีต มีวรรณะดี มีวรรณะเลว มีทุกข์ มีสุข เรารู้แจ้งชัดหมู่สัตว์ผู้เข้าดึงดาม กรรมว่า "ผู้เจริญทั้งหลาย! สัตว์เหล่านี้ หนอประกอบกายทุจริต วจีทุจริต มโน ทุจริต พูดติเตียนพระอริยเจ้าทั้งหลาย เป็นมิจฉาทิฏรู ประกอบการงานด้วย อำนาจมิจฉาทิฏเบื้องหน้าแต่กายแดกไป ล้วนพากันเข้าสู่อบาย ทุคติ วินิบาต นรกฯ ห่านผู้เจริญทั้งหลาย! สัตว์เหล่านี้หนอ ประกอบกายสุจริต วจีสุจริต มโนสุจริต ไม่ติเตียนพระอริยเจ้าทั้งหลาย เป็น สัมมาทิฏฐิ ประกอบการงานด้วยอำนาจ สัมมาทิฏฐิเบื้องหน้า แต่กายแตกไป ส่วนพากันเข้าสู่สุคติโลกสวรรค์ เรามี จักขุทิพย์บริสุทธิ์ล่วงจัก สามัญมนุษย์ เห็นเหล่าสัตว์ผู้จุติอยู่ บังเกิดอยู่ เลว ประณีต มีวรรณะดี วรรณะทราม มีทุกข์ มีสุข ขัดหมู่สัตว์ผู้เข้าดึงดามกรรมได้นี้ฯ ราชกุมาร! นี่เป็นวิชชาที่ ๒ ที่เราได้ บรรลุแล้วในยามกลางแห่งราตรี" ดวงอาทิตย์ซึ่งมีรัศมี สว่างไสวเมื่อโผล่ พ้นขอบฟ้าขึ้นมาใน ยามเช้า ย่อมฆ่าความ ในที่สุดพระองค์ทรงทำใจให้หยุดนิ่ง ซ้ำแล้วซ้ำอีกถูกส่วน จนเข้าถึงธรรมกาย อรหัต แล้วทรงเห็นทรงรู้เท่านั้น ธรรมชาติของกิเลสทั้งหลายตามความ เป็นจริง, ทำให้กิเลสที่เคยมีอยู่ไม่สามารถ มีดที่ห่อหุ้มปกคลุมโลก หมักดอง ห่อหุ้ม ครอบงำ กัดกร่อน บีบคั้น ให้หมดไปตามลำดับๆ บังคับใจของพระองค์ได้อีกต่อไป กิเลส จีงลูกทําลายไปด้วยอาการเช่นนี้ เหมือน ความสว่างของพระอาทิตย์ในยามเยี่ยง ได้ฉันใด ความสว่าง ของธรรมกายภายใน วันสามารถทำลายความมืดให้หมดสิ้นไป ซึ่งท่าให้พระองค์ไปเห็น ไม่เหลือเลยฉะนั้น แต่โดยธรรมชาติของ ไปรู้เท่าทันธรรมชาติ ดวงอาทิตย์เมื่อเสยเที่ยงวันไปแล้ว ก็มี ของกิเลส ก็สามารถฆ่า แต่จะคล้อยไป ความสว่างที่เคยเจิดจ้าก็ กิเลสทั้งหลายให้หมดไป ลดลงไปตามลำดับๆ แต่ใจของพระองค์ เมื่อทรงประกอบด้วยมรรคมีองค์แปด ตามลำดับๆ ได้ฉันนั้น อย่างสมบูรณ์แล้ว มีแต่จะหยุดในหยุดนิ่ง ในนิ่งเข้าไปในศูนย์กลางกายฐานที่ 4 ของธรรมกายอรหัตไปอย่างไม่ถอนถอย กัลยาณมิตร สิงหาคม [0870
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More